ทุกส่วนในบล็อกนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ อุทิศแล้วเพื่อปวงชน. Powered by Blogger.
RSS

แสงธรรมจากพระจันทร์ย่อมเลือนลับ เมื่อแสงธรรมจากพระอาทิตย์กลับคืนมา

สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องเล็กๆ เกี่ยวกับ "ต้นธาตุต้นธรรม" ที่โลกได้รับ ส่วนหนึ่งมาจาก ภาคพื้นโลก ก็จริง แต่ก็ยังมี อีกส่วนหนึ่งมาจาก "นอกโลก" เพื่อช่วยโลกใบนี้ครับ ซึ่งเมื่อ ครั้งพระพุทธเจ้ายังอยู่ ท่านมี พลังแสงธรรมทั้ง "ภายใน" ของท่านเอง และบางส่วนก็มา จาก "ภายนอก" ซึ่งส่วนที่มา จากภายนอกนี้ มาจาก "พระ จันทร์" นะครับ ท่านเกิด, ตรัสรู้ และปรินิพพาน เกี่ยวกับพระจันทร์ ทั้งสิ้นครับ เป็นไปตามจันทรคติไม่ ใช่สุริยคติ เพราะท่านมีพลังธรรม เชื่อมโยงกับพระจันทร์ ไม่ใช่พระ อาทิตย์ครับ ทว่า หลังกึ่งกลางยุค พุทธกาล พลังจักรวาลจะเปลี่ยน ทำให้พลังแสงธรรมที่ส่องโลกจะ ไม่ใช่พลังจากพระจันทร์ แต่เป็น จากพระอาทิตย์นะครับ เอาละ ... เรามาคุยเรื่องนี้กันให้ละเอียดครับ


พลังแสงธรรมหลักที่ส่องโลกคือสิ่งที่กำหนดความเป็นไปของโลกทั้งหมด


อย่างแรกที่ผมต้องเรียนให้ท่านทราบก่อนคือ "โลกมียุคสมัยของมัน" ซึ่ง ในแต่ละยุคสมัยจะถูกกำหนดโดย "ผู้มีบารมีธรรมสูงสุด" ที่ได้รับการคัด สรรแล้วจาก "จักรวาล" นะครับ โดยปกติแล้ว เมื่อใดที่โลกมีพระพุทธเจ้า มาเกิด ก็จะนับเอาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นเป็น "หลักสำคัญ" ครับ ทีนี้ ก็มี ความแตกต่างกันอีกในรายละเอียดของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ว่าจะมี บุญบารมีสร้างมาอย่างไร ไม่เหมือนกันใช่มั้ยครับ ยุคสมัยของโลกจึงต่าง กันไปอย่างไรละครับ นอกจากนี้ "แสงธรรมหลัก" ที่เป็นพลังจักรวาลหลัก ที่ส่องโลก ก็ต่างกันไปในแต่ละยุคนะครับ เช่น ยุคตั้งแต่พระพุทธเจ้าสมณ โคดมเกิดจนถึงกึ่งกลางพุทธกาลนั้น พลังแสงธรรมหลัก จะมาจาก "พระ จันทร์" ครับ แต่หลังจากกึ่งกลางพุทธกาลไปแล้ว พลังแสงธรรมหลัก จะ มาจาก "พระอาทิตย์" จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายครับ เมื่อแสงธรรม หลักเปลี่ยนไป แสงธรรมบริวารก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยครับ นั่นคือ เทพที่ดู แลพระพุทธศาสนา ก็เปลี่ยนไป, เทพที่ดูแลโลก ก็เปลี่ยนชุดไปด้วยครับ


พลังจักรวาลที่ส่องมายังโลก แตกต่างกันในแต่ละยุค เปลี่ยนไปอย่างไร?


ต่อไปที่ผมขอเรียนให้ท่านทราบ คือ "พลังจักรวาลที่ส่องลงมายังโลก" ในแต่ละยุคสมัยนั้น "ไม่เหมือนกัน" นะครับ มันจะปรับเปลี่ยนไปตามตัว "ผู้นำสูงสุดของมนุษย์โลก" เช่น ในยุคก่อนหน้านี้ พระพุทธเจ้า จะเป็น ผู้นำสูงสุด พลังของท่านเชื่อมโยงอยู่กับ "พระจันทร์" เหมือนว่าท่านมี เชื้อสายมาจากโลกพระจันทร์อะไรทำนองนั้น ซึ่งพลังจักรวาลส่วนที่เป็น บริวารก็จะต้องสอดคล้องกับพลังหลักที่มาจากพระจันทร์ด้วย นั่นคือ จะ เป็นพลังของ "จักรราศีทั้ง 12" ประสานกันอยู่ครับ เมื่อเกิดการเปลี่ยน แปลงในส่วนของ "พลังหลักที่เป็นพระจันทร์" จึงต้องมีการเปลี่ยนส่วน "บริวารที่เป็นจักรราศี" ด้วย เมื่อจักรวาลเลือกใช้ พลังของพระอาทิตย์ เป็นพลังหลัก ก็จะมีพลังบริวารเป็น "จักรเทพนักษัตรทั้ง 12" ครับ ซึ่ง ชาวฝรั่งจะกล่าวถึงจักรนี้ในนาม "Golden sun disc" นั่นเอง เคยได้ ยินมาแล้วใช่มั้ยละครับ เอาละ เราก็มาทำความรู้จักกับ จักรกล ที่ขับดัน โลกให้หมุนไป "อันใหม่" นี้กันให้มากขึ้นดีกว่ามั้ยครับ จะได้ไม่เชยครับ


พลังแสงธรรมหลักที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อสัตว์โลกให้เปลี่ยนไปอย่างไร?


ต่อไปที่ผมขอเรียนให้ท่านทราบ คือ เมื่อพลังแสงธรรมหลักเปลี่ยนไป ก็ จะขับดันให้ทุกสรรพสิ่งในโลก ดำเนินไปในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมได้ ด้วยนะครับ อะไรบ้างละ? เช่น 1. เดิมแสงธรรมจากพระจันทร์ เน้นรับ ก็ เปลี่ยนมาเป็นพลังแสงธรรมจากพระอาทิตย์ที่เน้น รุก แทน เมื่อก่อน เรา จะถูกสอนให้ "นั่งรอรับเวรกรรม ยอมรับไป" ใช่มั้ยครับ แต่ต่อไปนี้ เราก็ จะได้รับการกระตุ้นให้ "กระทำเพื่อการชดใช้กรรม" โดยไม่ต้องนั่งรอให้ กรรมเข้าตัว เราทำกิจให้ดี ให้เต็มที่ โดยมีกรอบของศีลธรรมจรรยา ฯลฯ ล้อมไว้ เราก็จะชดใช้กรรมได้โดยไม่ต้องนั่งรอรับกรรมอย่างเดียว ซึ่งเรา ได้รับการสร้างจากธรรมชาติให้มี "มือมีเท้า ไม่ใช่ไอ้ง่อย และไม่ใช่พระ อิฐพระปูน" แสดงว่าธรรมะ ธรรมชาติ ไม่ได้สร้างให้เราอยู่เฉยๆ แล้วรอ รับแต่เวรกรรม ใช่มั้ยละครับ ทว่า มันก็ไม่ผิดหรอก ถ้าใครจะทำแบบนั้น เขาถึงเรียกว่า "แสงธรรมมันต่างกันไงครับ" แสงธรรมของพระอาทิตย์ เน้นรุก แต่แสงธรรมของพระจันทร์เน้นรับ นั่งรอรับเวร รับกรรมไปเท่านั้น ซึ่งก็ไม่มีใครผิดนะครับ เป็นเพียงความหลากหลายของธรรมชาติที่ต่าง กันเท่านั้นเอง ผมถึงบอกว่ามันไม่เหมือนกันแต่ตรงนิพพานไม่ต่างกันครับ


พลังแสงธรรมบริวารที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อสัตว์โลกให้เปลี่ยนไปอย่างไร?


ต่อไปที่ผมขอเรียนให้ท่านทราบ คือ พลังแสงธรรมบริวารที่เปลี่ยนไปนั้น ก็ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสัตว์โลกอีกเช่นกัน กล่าวคือ แต่เดิมแสง ธรรมบริวารคือ "เทพจักรราศี" ซึ่งเป็นเทพที่ต้องโทษมาก่อน แล้วมาขอ รับผิด รับใช้พระจันทร์จึงต้องอยู่ใน "เวลากลางคืน" เหมือนฟ้ายังมืดมน อยู่ ยังไม่สว่างไสว สังเกตุดูนะครับ คนที่ได้ตำแหน่ง, อำนาจ จะมาได้ ก็ มัก "ทำความผิดมาก่อน" เช่น สมัยก่อนฆ่าญาติตัวเอง แล้วก็ขึ้นมาได้มี อำนาจ (เช่น พระเจ้าอโศกมหาราชที่ฆ่าพี่น้องตัวเอง จนได้นามว่า พระ เจ้าอโศกผู้โหดเหี้ยมมาก่อน) ส่วนขุนนางหรือข้าราชการก็ต้อง "ติดสิน บน" เพื่อให้ตัวเองได้ตำแหน่ง ได้อำนาจ มากมายครับที่เป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ ว่าพวกเขาเป็นคนเลวนะครับ "ระบบเวรกรรม" ของจักรวาลที่ขับเคลื่อน มาเช่นนี้ (แบบจักรราศี แห่งคืนมืดมิด) อย่างไรละครับ เอาละ แต่ต่อไปนี้ มันจะมีการเปลี่ยนแปลงนะครับ เพราะเมื่อพลังหลักเปลี่ยนแล้ว พลังแสง ธรรมบริวารก็เปลี่ยนไปด้วย เป็นเทพนักษัตรที่หากินเวลากลางวัน ก็ไม่มี "ชนักปักหลัง" ไม่ได้ขึ้นมามีอำนาจ ได้ด้วยการทำผิดอะไร มาก่อนครับ


พลังแสงธรรมหลัก จะรู้เองว่าแสงธรรมบริวารทั้ง 12 นั้นเป็นอย่างไร?


ต่อไปที่ผมขอเรียนให้ท่านทราบ คือ ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมี ผู้ที่ได้รับพลังแสงธรรมหลัก (พระอาทิตย์) ซึ่งจะทราบเองว่าพลังแสง ธรรมบริวารของตนมีลักษณะอย่างไร ซึ่งเทพนักษัตรทั้ง 12 นี้จะเป็นชุด ใหม่ และเป็น "ความลับสวรรค์" ที่จะมีผู้รู้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะนำ พาการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งก่อนหน้านั้น "เทพพระจันทร์" ผู้มี "ฟ้ามืดหนุนหลัง" จะเข้ามาครอบครองอำนาจอยู่ ก่อน และพยายามไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้น เพื่อให้ตนได้ครองอำนาจต่อไป จึงพยายามบดบังพระอาทิตย์ ไม่ให้ปวงสัตว์ได้รับรู้ว่าพระอาทิตย์นี้มีอยู่ จริง จากนั้นจึงทำให้คนยอมรับ "คืนมืดและดวงจันทร์" ต่อไป นอกจากนี้ ยังอาศัยแสงธรรมจากพระอาทิตย์สะท้อนเข้าสู่โลกอีก (เพราะพระจันทร์ ไม่มีแสงในตัวเอง มักต้องรอฟังคำสั่งจากผู้อื่นก่อน) และเมื่อกระบวนการ นี้สิ้นสุดลงเมื่อไร เมื่อถึงรุ่งอรุณแห่งความสุข ฟ้าก็จะสว่าง และแสงธรรม แห่งพระอาทิตย์ก็จะเฉิดฉายสู่ปวงสรรพสัตว์นั้นๆ พร้อมการปรากฏตัวของ แสงอาทิตย์ และพลังแสงธรรมบริวารทั้ง 12 เหล่านั้น เพื่อนำพาโลกสู่ยุค ใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ กำลังดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรม


"พลังจักรวาลปฏิภาค" ซึ่งตรงกันข้าม จะถูกส่งมายังโลก ไร้เทียมทาน!


ต่อไปที่ผมขอเรียนให้ท่านทราบคือก่อนการปรากฏขึ้นของแสงธรรมหลัก จะมี "พลังจักรวาลปฏิภาค" ที่ส่งมายังโลก เป็นพลังงานที่ตรงกันข้ามกับ พลังแสงธรรมหลักชุดใหม่ และพลังงานเหล่านี้จะไร้เทียมทาน ไม่มีผู้ใดที่ จะต่อกรหรือทำลายได้ นอกจาก "พลังแสงธรรมหลักและบริวาร" เท่านั้น เมื่อนั้น โลกจะเข้าสู่วิกฤติอย่างแท้จริงอยู่สักระยะหนึ่ง ท่านก็ไม่ต้องตกใจ เพราะมันจะไม่นานจนเกินไป และมันจะไม่ร้ายแรงจนเกินกว่าท่านที่พร้อม เตรียมใจได้แล้ว จะรับสถานการณ์นั้นๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ก็ ไม่ใช่การทำลายล้างโลก อาจมีบางส่วนถูกจัดสรรให้จากไปบ้างแต่ก็ไม่มี การทำให้สูญพันธุ์ มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น สำหรับท่านที่เตรียมตัวได้ดี แต่สำหรับท่านที่ "ถูกคัดสรรออก" มันอาจจะดูรุนแรงไปบ้าง ก็เท่านั้นเอง ในประเด็นนี้ ผมจะไม่ขอกล่าวให้มากไปกว่านี้ เพราะยังมีท่านที่ทำหน้าที่ ในการสื่อสารข้อมูลต่างมิติ ในส่วนนี้เป็นการเฉพาะ ดูแลอยู่แล้ว ดังนั้น ก็ สามารถติดตามข่าวสารจากท่านเหล่านั้น ได้ครับ ผมขอผ่านไปสื่อสารข้อ มูลอื่นๆ เพื่อจะเสริมความเข้าใจของท่านในแง่มุมอื่นๆ ด้านอื่นๆ ต่อไปครับ


โลกยุคใหม่ จะถูกนำทางโดย "ภาคสว่าง" ไม่ใช่ "ภาคมืด" อีกต่อไป


สุดท้าย ที่ผมขอเรียนให้ท่านทราบ คือ เมื่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ ยุติลงแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว โลกจะได้รับการขับเคลื่อนโดยภาค สว่างไม่ใช่ภาคมืดดังเก่าก่อน โลกเข้าสู่ยุค "สว่าง" เหมือนเวลากลาง วัน ไม่ใช่ยุคมืดของพระจันทร์ อีกต่อไป และเหล่าอัศวินแห่งแสงสว่างที่ ได้รับการคัดสรรแล้วทั้งหลาย จะปรากฏกายขึ้นมา เพื่อนำพาปวงสัตว์ ไปสู่อนาคตข้างหน้า สิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนไปในระดับละเอียด มากกว่าใน ระดับหยาบ โครงสร้างเก่ายังมีอยู่ ไม่จำเป็นต้องถูกทำลาย แต่พลังงาน ที่ใช้ขับเคลื่อนจะเปลี่ยนไป กลุ่มคนที่มีอำนาจจะเปลี่ยนไป ผู้ขับเคลื่อน สังคม จะเปลี่ยนจากกลุ่มพลังมืด เป็นกลุ่มพลังสว่าง มันเป็นการเปลี่ยน แปลงแบบนิ่มนวลที่สุด และรักษาโครงสร้างเปลือกนอกไว้ได้ดีที่สุด ทั้ง ยังก่อให้เกิดกระบวนการทำลายล้าง "น้อยที่สุด" อีกด้วย เพราะเราไม่ ได้ต้องการให้เกิดการทำลายล้างแต่อย่างใด (ยกเว้นว่าจำเป็นต้องเกิด) กล่าวคือ เราไม่ได้มาเพื่อทำลายล้างโลก เพราะโลกยังไม่ถึงเวลาที่จะมี การทำลายล้าง มันเพียงแต่ต้องการการเปลี่ยนแปลงในระดับพลังงานก็ เท่านั้นเอง เพื่อจะทำให้โลกได้รับการขับเคลื่อนไปสู่ยุคใหม่ที่แท้จริง ดัง นั้น งานของพวกเราจึงไม่ใช่การทำลายล้างโลก แต่เป็นการปรับพลังให้ เข้าสู่ยุค "พลังงานใหม่" ก็เท่านั้นเอง หวังว่าท่านทั้งหลาย คงจะเข้าใจ


ขอพลังแสงธรรมแห่งพระอาทิตย์ ช่วยนำทางท่านสู่โลกยุคใหม่ สวัสดี


25 ก.ย. 2555

"เสียงจากโลกยุคใหม่"
รับสื่อสารโดย

瑠璃王

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ร่วมสร้างตำนาน "ปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น" พร้อมกันทั่วโลกได้แล้วครับ

โอ้แม่เจ้า ! แล้วเรื่องเหลือเชื่อที่ไม่น่าเชื่อ ว่าจะเกิด จะมีได้บนโลกนี้ มันก็เริ่มเกิดขึ้น แล้ว ไม่นะ ไม่ ผมไม่ได้หมายถึงเรื่อง "ภัย พิบัติ" อะไรนั่น เพราะจิตใจของผม สนใจ โลกในด้านดีมากกว่า (แม้ว่าทราบเรื่องภัย พิบัติด้วยก็ตามที) เพราะคุณบางคนอาจจะ มองแต่เรื่องไม่น่าเชื่ออย่างภัยพิบัติ ซึ่งเป็น มุมมองที่ค่อนข้างเป็นลบ ท่านจึงยังไม่เห็น มุมมองการเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวกไงละครับ เอาละ เดี๋ยวหาว่าผมโม้ เพราะผมไม่ได้โม้ ครับ ลองดูให้ดีสิ โลกของคุณมีการเปลี่ยน แปลงบางอย่างที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ มันก็ เกิดขึ้นแล้ว เช่น คนธรรมดาๆ กลายเป็นคน ที่โด่งดังได้ชั่วข้ามคืน, ดารา-นักร้อง ไม่ใช่ คนที่โดดเด่นที่สุดอีกต่อไป คนธรรมดาๆ นั่น แหละที่กำลังได้รับความนิยม นี่หละ ที่ผมจะ เรียกมันว่า "ปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่" ซึ่ง มันเป็นไปได้ยาก และไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย ทว่า มันก็เป็นไปแล้ว อย่างไรละ ก็มาดูกันครับ


พลังงานจำนวนมากที่ได้รับการปลดปล่อยออกมากำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้


อย่างแรกผมกำลังจะบอกคุณว่า "พลังงานจำนวนมาก" ซึ่งคุณก็สามารถ รับได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดด้วยเหตุปัจจัยใดๆ พลังงานมากมายเหล่านั้น ได้ รับการปลดปล่อยออกมาแล้วจาก "ดาวโลก" ดวงนี้ก็ดี หรือว่ามาจากต่าง ดาว ก็ดี พลังงานทั้งหลาย มากมายเหล่านั้น ได้มาถึงโลกของคุณแล้วใน ระดับที่ "เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน" ถึงปรากฏการณ์ใหม่ๆ ในโลก ของคุณ มันคืออะไรหรือ? เช่น การที่วงการบันเทิง, กีฬา ฯลฯ เดิมๆ ไม่ได้ โดดเด่นหรือมีบทบาทสูงสุด แต่มันเปลี่ยนไปกลายเป็นโอกาสใหม่ๆ ให้คน ธรรมดาๆ หน้าใหม่ๆ ได้เข้ามาแสดงบทบาทที่โดดเด่นยิ่งกว่า ซึ่งคุณอาจ ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ว่า คนธรรมดาๆ บางคน จะแสดงพลังของพวกเขา ให้ผูคนมากมาย ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ชัดได้อย่างไร? เอาละ ผมกำลังจะบอกว่าพวกเขา ต้องฝึกฝนตัวเองก่อน มากมาย เพื่อรอโอกาสนี้ ที่จะได้รับ "พลังพิเศษ" เพิ่มเข้าไป ซึ่งปกติ จะ มีแต่ "คนในวงการ" นั้นๆ เท่านั้น ที่เข้าใจ เข้าถึง วิธีรับพลังพิเศษเฉพาะ นั้นๆ เช่น คนในวงการบันเทิง ก็จะวิธีทำอย่างไรจึงจะขึ้นเวทีแล้วโดดเด่น พวกเขาก็จะถ่ายทอดให้คนในวงการด้วยกัน ทำต่อๆ กันมา ทว่า ตอนนี้ มันไม่ใช่แล้วเพราะ "คนธรรมดา" ก็ทำได้? เพราะอะไร เพราะพวกเขามี ความพร้อม ฝึกฝนตัวเองมาอย่างดีและได้รับพลังพิเศษเหล่านั้นไปนั่นเอง


คนธรรมดาๆ อย่างคุณ "ทุกคน" ก็สามารถรับพลังพิเศษได้ ถ้าคุณพร้อม


ต่อไปผมอยากจะบอกคุณว่า คนธรรมดาๆ อย่างเราๆ ท่านๆ ก็สามารถรับ พลังพิเศษเหล่านั้นได้เช่นกันครับ มันมีมากมายเลย และพร้อมให้ทุกท่าน ได้ ไม่ต้องแก่งแย่งกันเลยครับ ขึ้นอยู่กับว่า "คุณพร้อมหรือไม่" ก็เท่านั้น เอง และนี่คือ "ช่วงเวลาแห่งโอกาสทองที่หาไม่ได้อีกแล้ว" ของทุกๆ คน ในโลกใบนี้ครับ ผมขอย้ำนะครับว่า "ทุกๆ คนเท่าเทียมกัน" แม้ว่าคุณจะ เป็นแค่ "คนธรรมดาๆ" ที่ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรพิเศษเลย ไม่มีใครรู้จักมา ก่อนเลยก็ตาม ทว่า คุณสามารถรับพลังพิเศษที่ไม่ธรรมดานี้ได้ และคุณ ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ "ตำนานใหม่" ของโลก โลกในยุคที่ทำให้มี ปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ มันจะเป็นความจริงด้วย "มือของทุกคนครับ" คุณลองดูให้ดีสิ พวกเขา เหล่านั้นก็ "ล้วนเป็นคนธรรมดาๆ" ที่ดูธรรมดามาก บางคนดูเหมือนมีปม ด้อยด้วยซ้ำไป ทว่า ทำไม พวกเขาจึงสามารถแสดงบทบาทของตนเอง ออกมาได้อย่างไม่ธรรมดา ใช่ไหมละครับ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อ้วนมาก จน ใครต่อใครมากมายมองว่าเป็นปมด้อย, คนพิการ ทว่า กลับสร้างผลงาน ได้ดีเหนือคนปกติ ฯลฯ เอาละ ผมจึงเน้นย้ำว่า "โอกาสมาถึงทุกท่านแล้ว และมันเป็นของทุกคนที่พร้อมเท่านั้น" ยิ่งไปกว่านั้น "พลังพิเศษ" เหล่า นี้ มีความแตกต่างกันในคุณสมบัติต่างๆ อีกด้วย มันจะช่วยทำให้คุณขึ้น ไปสู่ "เวทีที่ต่างกัน" เช่น เวทีบันเทิง, กีฬา หรือแม้แต่การเมือง ก็ดีครับ มาถึงตรงนี้ ผมขอถามคุณชัดๆ ว่า "คุณพร้อมหรือยังครับ" ที่จะเป็นส่วน หนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลก ที่ไม่เคยมี ไม่เคยปรากฏมาก่อน


ร่วมสร้างตำนาน "อนาคตของโลกยุคใหม่" ที่กำหนดได้ด้วยมือของคุณ


ต่อไปผมอยากจะบอกคุณว่า ด้วยพลังงานมากมายที่ได้รับการปลดปล่อย ออกมาจาก "ดาวโลก" ดวงนี้ก็ดี หรือจากต่างดาว ก็ดี นั้น เมื่อคุณได้รับ ไปแล้ว คุณสามารถนำพลังงานเหล่านั้นไปใช้ อย่างไรก็ได้ ดีหรือชั่วก็ขึ้น อยู่กับผู้ใช้แล้ว นั่นหมายความว่า "อนาคตของโลก ยุคใหม่" ถูกกำหนด ได้ด้วย "มือของพวกคุณ" นั่นเอง ว่าพวกคุณจะใช้พลังพิเศษเหล่านั้นใน การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ให้เป็นไปอย่างไร? และมันจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับคน เพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่มันจะขึ้นอยู่กับคนมากมาย ที่พร้อม และรับพลัง พิเศษเหล่านั้นได้ พวกเขาจะเป็นผู้ขับเคลื่อน, กำหนดอนาคตของโลกยุค ใหม่ต่อไป และคุณ ก็สามารถเป็นหนึ่งในนั้นได้ "ถ้าคุณพร้อม" และหลัง จากยุคนี้ไปแล้ว "โลกยุคใหม่" จะถูกวางรากฐานแบบใหม่ไปยาวนานจึง ไม่ใช่โอกาสทองบ่อยครั้งนักที่คุณจะสามารถทำได้ เพราะหลังจากช่วงนี้ ไปแล้ว มันจะเริ่มเข้าที่ และพลังพิเศษจำนวนมากมาย จะได้รับการเก็บให้ เข้าที่ มันจะไม่ได้รับการปลดปล่อยอย่างอิสระเท่านี้อีกแล้ว และนั่นหมาย ถึงท่านทั้งหลายที่เคยได้รับพลังพิเศษก็จะไม่ได้รับอีกต่อไปหลังจากที่มัน ได้ทำหน้าที่ของมันโดยสมบูรณ์แล้วนั่นเอง หวังว่าคุณคงพอเข้าใจนะครับ


พลังพิเศษเหล่านั้นจะนำพาคุณไปสู่เวทีของคุณ ซึ่งมีมากมายหลายเวที


ต่อไปผมอยากจะบอกคุณว่า พลังพิเศษเหล่านั้น จะจัดสรรให้คุณไม่ต้อง รับผิดชอบหรือทำกิจอื่นๆ อันไม่ควรทำ หรือไม่ใช่ทางของคุณ แต่มันจะ ช่วย "เปิดทางสู่เวทีของคุณเอง" ถ้าคุณได้รับการเลือก, ได้รับพลังแล้ว มันจะจัดสรรเองโดยคุณไม่ได้ทำอะไรเลย มันจะเป็นไปเองตามธรรมชาติ ครับ เช่น คนบางคนถูกรถชน แล้วพิการ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่แล้วก็ ได้เป็นนักกีฬาพาราลิมปิกได้รับเหรียญรางวัลมา, คนบางคน ป่วยทำงาน ไม่ได้ แต่ได้รับพลังให้มาทำหน้าที่พิเศษในเวทีของเขาเอง ก็อาจมีได้ เป็น ได้ครับ นี่แหละ การจัดสรรตามธรรมะ ธรรมชาติ มันไม่ได้เกิดจากการที่มี เจตนาอยากได้ อยากมี อยากเป็น หรอกนะครับ พวกเขาล้วนไม่ได้เจตนา มาแต่ต้น ทว่า "พวกเขา คือผู้ที่ถูกเลือก" ครับ พวกเขาถูกเลือกให้ได้รับ พลังพิเศษเหล่านั้น และทำหน้าที่ด้วยพลังพิเศษที่พวกเขาได้รับมาในเวที ของพวกเขาเอง ซึ่งแต่ละคนจะไม่ต้องสร้างเวทีนั้นขึ้นมาเองด้วยซ้ำ ด้วย จะมีคนอื่นๆ มาสร้างเวทีให้แก่พวกเขา รอให้พวกเขาขึ้นเวทีเสียก่อนแล้ว ดังนั้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องพยายามหาเวทีมากเลย มันมีอยู่แล้วคุณเพียง ก้าวต่อไปอีกนิดเท่านั้น "พวกเขาทั้งหลายที่อยู่รายล้อมรอบคุณ" จะเปิด ทางให้แก่คุณเอง "ถ้าคุณคือผู้ที่ได้รับการคัดเลือก" ให้ทำหน้าที่พิเศษนั้น นะครับ ทว่า ถ้าคุณยังไม่ได้รับการคัดเลือก คุณก็จะไม่ได้รับการเปิดประตู ผู้คนมากมาย รอบตัวคุณ จะปิดก้นและขวางทางคุณไว้ ไม่ให้คุณผ่านไป ได้ครับ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็อย่าต่อว่าพวกเขาเลย เพราะทางนั้น ไม่ใช่ทางของ คุณที่คุณจะเดินไปนั่นเอง ต่อเมื่อคุณได้รับพลัง คุณผ่านการคัดเลือกแล้ว เท่านั้น คุณก็จะได้รับการเปิดประตู อย่างงดงาม โดยไม่มีทางอื่นใดอีกเลย


มันไม่จำเป็นต้องเป็นเวทีที่มีชื่อเสียง แม้แต่เวทีที่ไม่มีคนรู้จัก ก็เป็นไปได้


ต่อไปผมอยากจะบอกคุณว่า "เวที" ที่ผมกล่าวถึงนี้ มันไม่จำเป็นต้องเป็น เวทีที่มีชื่อเสียงก็ได้ บางเวทีก็อาจเป็นเวทีใหม่ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมา ก่อนเลย หรือบางเวทีอาจจะดูไม่เหมือนเวทีในความคิดของใครๆ เลย เช่น เป็นแค่อะไรสักอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณ "ทำกิจของคุณได้" ก็แล้วกัน ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เวทีแบบที่คุณเคยเห็น แต่มันเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณทำกิจได้ ก็แค่นั้นเอง นั่นแหละ "เวทีที่ผมพูดถึง" บางท่าน เผยแพร่ธรรมโดยที่ไม่มี "สถานธรรม" เลยด้วยซ้ำไป แต่เขาก็มีเวทีในการเผยแพร่ธรรม ในแบบที่ ตนเองสามารถทำกิจได้ ก็แล้วกัน อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างล้วนมีเหตุผล ในตัวของมันเองที่ธรรมชาติต้องจัดสรรให้มันเป็นเช่นนั้น แล้วคุณจะทราบ เหตุผลนั้นเอง เมื่อคุณยกระดับตัวคุณถึงจุดหนึ่งได้นะครับ ดังนั้น ผมก็ขอ ให้คุณ "พอในเวทีของคุณเอง" ด้วยละ อย่าเพิ่งไปน้อยใจที่เห็นเวทีของ คนอื่นดูโดดเด่นกว่า ไปเสียก่อน เพราะนั่นมันเป็นเพียงภาพประกอบเพียง เปลือกนอกเท่านั้น มันยังมีรายละเอียดที่อยู่ในระดับแก่นแท้ภายใน ระดับ ลึกที่หลายท่านยังไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงอีกมาก บางเวทีที่ดูไม่ดี ไม่มีอะไรที่ น่าหลงใหล ก็ไม่แน่ครับ ว่าจะกลายเป็นเวทีที่สำคัญ และยิ่งใหญ่มากใน อนาคตก็ได้ ดังนั้น "นั่งประจำที่ของคุณเอาไว้ให้ดีละ" เพราะถ้าคุณทิ้ง มันไปแล้ว ก็อาจจะเสียใจภายหลังก็ได้นะ ฝากไว้ให้คิด พิจารณาดูครับ


คุณอาจต้อง "เสียสละหน้าที่การงานตามปกติ" เพื่อก้าวขึ้นสู่เวทีเฉพาะ


ต่อไปผมอยากจะบอกคุณว่า ในกระบวนการจัดสรรนี้ คุณอาจจะต้องเสีย สละหน้าที่การงานหรืออาชีพปกติของคุณเพื่อที่จะก้าวขึ้นสู่ "เวทีเฉพาะ ของคุณเอง" เช่น นักกีฬา หลายคนจะไม่มีงานทำใช่มั้ยครับ เพื่อที่จะได้ มีเวลาทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ (แต่บางท่านก็มีอาชีพทำครับ) ในการแข่งขันที่เข้มงวด พวกคุณจะถูกเลือกและคัดออกไปเรื่อยๆ ทำให้ สุดท้ายแล้วพวกคุณต้องยอมเสียสละหน้าที่การงาน, หรืออาชีพของคุณ ไป ยอมเสียสละอนาคตในแบบหนึ่งเพื่อสร้างอนาคตในอีกแบบหนึ่งให้แก่ ตัวคุณเองครับ แม้ว่าในช่วงแรกๆ คุณอาจจะคิดว่า "ฉันก็ทำได้ดี ทั้งสอง ทางด้วยการจัดสรรเวลา" ก็ตาม แต่หลังๆ มันจะไม่อาจเป็นไปดังคุณคิด ได้อีก เพราะการแข่งขันแบบ "คัดออก" นั้น จะบีบบังคับให้คุณต้องยอม เสียสละอะไรบางอย่างไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อไป ใน เวทีที่คุณเลือกแล้ว นั่นเอง ดังนั้น "ผู้แพ้" จะได้รับการรองรับมากมาย ที่ เหมือนกับว่าเป็นผู้ชนะเลยละ ทว่า เมื่อใดที่พวกเขาถูกจัดสรรให้ออกไป จากเวทีการแข่งขัน แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการหลอกล่อด้วยอะไร ที่มาก มายก็ตาม แต่พวกเขาก็คือ "ผู้แพ้ในเวทีนั้นๆ" นั่นเอง ในขณะที่ผู้ชนะก็ จะต้องรอ "คู่แข่งขันใหม่ๆ" ให้ก้าวขึ้นมาสู่เวทีเดียวกับตน เพื่อที่จะได้มี การแข่งขันกันต่อไป นั่นเอง เอาละ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ ไม่ได้แนะนำให้ท่าน บ้าการแข่งขัน หรืออยากชนะแต่อย่างใด ทว่า มันเป็นความจริง เช่นนั้น! ที่คุณไม่อาจหนีได้พ้น มันถูกจัดสรรเช่นนั้นตามธรรมชาติ ผู้แข็งแรงกว่า ก็จะได้รับการคัดเลือกไว้ ผู้ที่อ่อนแอกว่า ก็จะถูกขจัดออกไปจากสาระบบ


สุดท้ายแล้ว คนเราจะทำสิ่งที่ดีที่สุดได้เพียง "อย่างเดียว" จึงต้องเลือก


สุดท้าย ผมอยากจะบอกคุณว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้ คุณจะสามารถทำอะไร ได้มากมาย ทำสิ่งดีๆ ได้หลายอย่างก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว คุณยังจะต้อง เลือก "สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว" คุณไม่สามารถจับปลาสอง มือ แล้วทำให้ได้ดีทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ ดังนั้น คุณต้องยอมเสียสละ ก็ ต้องปล่อยสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ "เป้าหมายของคุณ" ออกไป เพื่อ เล็งผล เพียง หนึ่งเดียวเท่านั้น แล้วจึงลงมือทำอย่างเต็มกำลัง ให้ดีที่สุด ในสิ่งที่คุณได้ เลือกแล้วนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการยิงธนู ที่คุณจะต้องยิงทีละดอก และ เล็งเป้าทีละหนึ่งเท่านั้น มันจึงจะออกมาดีที่สุดได้ (ดีกว่า การยิงสองเป้า พร้อมๆ กัน) ดังนั้น "การเลือก" ของคุณจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะมัน จะเป็นตัวกำหนดอนาคต และเส้นทางชีวิตของคุณเลยทีเดียว ก็ลองถาม ตัวคุณเองนะครับว่า "คุณมีความสุขที่สุด กับการอยู่กับอะไรได้นานๆ?" นั่นหละ "เป้าหมาย" ที่คุณควรจะเลือก ควรจะเล็งเป้าและไปให้ถึงให้ได้


ขอพลังแสงธรรมแห่งพระบิดาจักรวาล ช่วยสร้างตำนานใหม่แก่คุณ สวัสดี


24 ก.ย. 2555

"เสียงจากโลกอนาคต"
รับสื่อสารโดย

瑠璃王

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS