สวัสดีครับ วันนี้ ผมมีเรื่องเกร็ดเล็กๆ
เกี่ยวกับพลังงานจาก "ดาวต่างๆ"
ในจักรวาลนี้ ที่แตกต่างกันนะครับ
โดยเฉพาะพลังงานจากดาวโลกนี้
ที่ผมเรียกว่า "พลังไกอา" ก็แล้วกัน
มันมีลักษณะพิเศษครับ คือ มันจะใช้
ในการเรียนรู้พลังงานจากดวงดาวได้
ทุกดวง (ซึ่งพลังงานจากดาวอื่นๆ ไม่
มีแบบนี้) ทำให้ "มนุษย์ต่างดาวมาก
มาย เข้ามาสู่ดาวโลกนี้" เพื่อจะได้รับ
พลังไกอานี้ และนำไปสู่การรับพลังงาน
จากดาวดวงอื่นๆ ต่อไปครับ
เอาละ ชักตื่นเต้นแล้ว มาฟังกันต่อไปครับ
"พลังไกอา" ที่มนุษย์โลกหลงลืม สามารถรวมพลังดาวทุกดวงได้จริงหรือ
อย่างแรกที่ผมอยากบอกท่านคือ พลังงานของโลกนี้ (ไกอา) มีลักษณะที่
พิเศษต่างจากพลังของดาวดวงอื่นๆ กล่าวคือ แม้ว่ามันไม่ได้มีพลังมาก ไม่
ได้มีพลังพิเศษอะไร ทว่า มันกลับสามารถรวบรวมและเรียนรู้ พลังที่มาจาก
ดาวต่างๆ ได้ทุกดวง ในขณะที่พลังจากดาวอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ ทำให้ผู้
ที่ได้รับพลังนี้ "มีพลังความสามารถได้ทุกอย่าง" ไม่ว่าพลังนั้น จะมาจาก
ดาวดวงไหนในจักรวาลนี้ก็ตาม ดังนั้น "โลกจึงเป็นสนามฝึกที่ดีที่สุด" ใน
จักรวาลนี้ สำหรับสัตว์ทุกชนิด จากทุกดวงดาว ด้วยเหตุนี้ นั่นเองครับ และ
เพราะเหตุนี้ จึงมี "มนุษย์ต่างดาว" จำนวนมากมาย หลายดวงดาว เข้ามา
สู่โลกนี้ เพื่อรับพลังของไกอา และใช้พลังของไกอาต่อเพื่อรับเอาพลังของ
ดาวดวงอื่นๆ เข้ามารวมไว้จึงจะยกระดับตัวเองสู่ระดับ "สากลจักรวาล" ที่
แท้จริงได้ครับ ดังนั้น ในขณะที่มนุษย์โลกมากมายหลงลืมและทอดทิ้งโลก
พลังของโลก เพราะอยากเป็นมนุษย์ต่างดาว อยากรับพลังของมนุษย์ต่าง
ดาว พวกเขากลับสูญเสียพลังของไกอา อันเป็นพลังพิเศษมากในจักรวาล
ที่มนุษย์ต่างดาวมากมายจากดาวต่างๆ ทั่วจักรวาล ต่างก็อยากได้รับครับ
"พลังไกอา" อยู่ในทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ แต่มีอยู่ใน "มนุษย์" มากที่สุด
ต่อไปที่ผมอยากบอกท่านคือ "พลังไกอา" มีอยู่ในทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น
ในโลกนี้แต่จะมีอยู่ใน "มนุษย์" มากที่สุด คนที่ยิ่งมีความเป็นมนุษย์มาก
ขึ้นเท่าไร ก็จะได้รับพลังไกอามากขึ้นเท่านั้น ตรงกันข้ามในคนที่สูญเสีย
ความเป็นมนุษย์ไปมากเท่าไรก็ยิ่งมีพลังไกอาลดลงมากเท่านั้นด้วย หาก
มนุษย์ต่างดาว เข้ามาสู่โลกโดยไม่ผ่านการเกิด พวกเขาจะอ่อนแอมากๆ
เพราะพวกเขาไม่ได้รับพลังไกอา แต่ถ้าพวกเขาเข้ามาสู่โลกโดยผ่านการ
เกิดได้ เช่น การถ่ายฝากตัวอ่อนในครรภ์มนุษย์ และคลอดสำเร็จ พวกเขา
ก็จะได้รับ "พลังไกอา" ด้วย และด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ เหล่ามนุษย์ต่าง
ดาวได้ใช้เทคโนโลยีการถ่ายฝากตัวอ่อนมนุษย์ต่างดาว ในครรภ์ของคน
เพื่อจะให้ตัวอ่อนได้รับพลังไกอาก่อน นั่นเอง ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวนั้น
กำลังตื่นตัวและเห็นความสำคัญ และความจำเป็นที่จะต้องได้รับพลังของ
ไกอามากขึ้น ทว่า มนุษย์โลกกลับเห็นคุณค่าของพลังไกอาลดลง ทำให้
พวกเขากำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์, ศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ไป
จนถึงพลังพิเศษที่แฝงอยู่ในความเป็นมนุษย์ ตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องมี
การค้นหาอะไรเลย น่าเสียดายจริงๆ ที่มนุษย์กลับมองข้าม และไม่ค้นพบ
พลังพิเศษที่ดีที่สุดในจักรวาล อย่างหนึ่ง ทั้งๆ ที่อยู่ในตัวเองแท้ๆ นะครับ
อนึ่ง พลังงานนี้ บางครั้งผมจะเรียกว่า "พลังกลุ่มคลาสสิค" ซึ่งไม่ใช้ทั้ง
พลังงานภาคสว่าง และพลังงานภาคมืด แต่มาจากดาวโลกโดยตรงครับ
"พลังไกอา" อยู่ในโลกนี้ แต่คุณต้องแยกแยะให้ออกจากพลังภาคมืด?
ต่อไปที่ผมอยากบอกท่านคือ พลังไกอาอยู่ในดาวโลกดวงนี้ ซึ่งจะมีพลัง
ภาคมืดปกคลุมไว้อยู่ ดังนั้น หลายท่านได้รับพลังงานภาคมืดเสียก่อน ที่
จะได้รับพลังไกอา เพราะเข้าไม่ถึงแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ในระดับที่ลึกขึ้น ใน
พลังงานภาคมืดนั้น พลังไกอาไม่ได้มาจากเบื้องบน ไม่ใช่พลังจากดาวที่
อยู่นอกโลก ดังนั้น มันจึงมากจาก "ภาคพื้นดิน" ทว่า ที่ภาคพื้นดินนั้น ก็
มีพลังงานอื่นๆ ปกคลุมอยู่มากมาย โดยเฉพาะพลังงานภาคมืด และพลัง
งานชั้นต่ำจากแหล่งต่างๆ ดังนั้น จึงไม่ค่อยมีใครค้นพบพลังงานนี้มากนัก
เอาละ ผมเคยได้ยินคนพูดถึง "พลังจากคริสตัลแกนโลก" ผมไม่แน่ใจว่า
มันคือสิ่งเดียวกันหรือไม่ แต่ผมกำลังจะบอกคุณว่าพลังไกอานี้ ไม่ใช่พลัง
งานมืดที่มีอยู่มากมายใต้พื้นดิน และไม่ใช่พลังงานที่สกปรกเลย แต่มันคือ
พลังงานสะอาด, ใส, บริสุทธิ์มาก และมั่นคงเข้มแข็งมาก อุปมาเหมือนกับ
คริสตัลนั่นแหละ ทว่า นั่นคือ "ต้นแหล่งพลังงาน" ที่แผ่พลังงานออกมาให้
ทุกสิ่งในโลกและในจักรวาลนี้ด้วย ซึ่งผู้ที่อยู่ในดาวโลกนี้จะได้รับก่อนและ
มนุษย์ถูกธรรมชาติสร้างมาให้ได้รับ ได้มากที่สุด ทว่า มนุษย์มากมาย ไม่
ทันได้รับพลังงานในระดับลึกของโลกนี้ แต่กลับได้รับพลังงานระดับตื้นซึ่ง
เป็นพลังงานกลุ่มพลังมืดแทน ดังนั้น คุณจึงต้องค้นให้ลึกขึ้น และอย่าเพิ่ง
ไปยอมรับพลังงานระดับตื้นง่าย หรือเร็วเกินไป ประกอบกับควรจะมีความ
ละเอียดอ่อนที่จะเลือกรับพลังงานให้มากขึ้น แยกแยะพลังงานทั้งสองสิ่ง
ให้ได้ ก็จะได้รับพลังงานไกอาที่บางท่านเรียกว่าพลังคริสตัลแกนโลก ได้
ปีหน้า (2556) จะเป็นปีที่ "พลังไกอา" มีบทบาทขับเคลื่อนโลกสูงที่สุด
ต่อไปที่ผมอยากบอกท่านคือ ในปีหน้า พลังของไกอาจะมีบทบาทในการ
ขับเคลื่อนโลกมากที่สุด ดังนั้น ท่านเหลือเวลาในปีนี้อีกไม่มากที่จะสะสม
พลังไกอา เพราะถ้าท่านได้รับพลังไกอามากเท่าไร ท่านก็จะมีบทบาทใน
การขับเคลื่อนโลกนี้ มากขึ้นเท่านั้นด้วย และนั่นหมายความว่า พลังของ
เหล่า "มนุษย์ต่างดาว" จะไม่อาจมีอิทธิพลมากต่อโลก อีกแล้ว ไม่ว่าจะ
เป็นพลังของสุริยเทพหรือพลังอื่นใดก็ตาม ก็ยังเป็นรอง พลังไกอา อยู่ดี
เนื่องจากพลังไกอาสามารถใช้เรียนรู้และรับพลังงานจากต่างดาวได้ทุก
ชนิด ทุกดวง ทำให้ผู้ที่ได้รับพลังไกอา สามารถรับพลังจากต่างดาว ได้
ทุกชนิดและสามารถใช้พลังจากต่างดาวได้ทุกชนิดอีกด้วย ทว่า อาจจะ
ไม่สามารถใช้ได้ดีที่สุด, มากที่สุด เหมือนกับเหล่ามนุษย์ต่างดาว ก็ตาม
ทว่า สิ่งต่างๆ ในโลกจะได้รับการจัดสรรใหม่ให้เข้าที่ตามแบบที่โลกควร
จะเป็นก่อนที่จะเปิดรับพลังของสุริยเทพเป็นพลังหลักในปีถัดไป (เปลี่ยน
กันพลังละปี หมุนเวียนเป็นวัฒจักร) ดังนั้น มนุษย์โลก ที่ได้รับพลังไกอา
ก็จะมีบทบาทมากขึ้น พวกเขาจะมีลักษณะที่ไม่ใช่คนที่เก่งเฉพาะด้าน ก็
เพราะพวกเขาเรียนรู้รอบด้าน ทุกอย่าง เข้าใจโดยทั่วทั้งหมดแม้ว่าจะไม่
เก่งเฉพาะทางก็ตาม ทว่า พวกเขาก็เรียนรู้ได้ทุกอย่าง, เข้าใจได้ทั้งหมด
นี่แหละ คือ คนที่โลกต้องการในปีหน้า เพราะปัจจุบันนี้คนเรามักจะเก่งแต่
เฉพาะด้านในสิ่งที่ตนถนัดอย่างเดียวเท่านั้น จึงเกิดความไม่เข้าใจกันและ
ขัดแย้งกันมาก ด้วยไม่มีใครที่เข้าใจรอบด้าน ทำได้ทุกอย่างอย่างแท้จริง
"พลังไกอา" พลังแห่งการเรียนรู้ และเปิดรับพลังต่างดาวได้ทุกดวง
ต่อไปที่ผมอยากบอกท่านก็คือ พลังไกอาช่วยในการเรียนรู้พลังจาก
ต่างดาวได้ทุกดวงทั้งยังสามารถทำให้เราใช้พลังจากต่างดาวได้ทุก
ชนิดอีกด้วย มันจึงเป็นพลังพิเศษที่พิเศษจริงๆ พิเศษยิ่งกว่าพลังจาก
ดาวดวงใดๆ ที่ผมเคยพบและสัมผัสมา เอาละ คำถามคือ แล้วต้องทำ
อย่างไรจึงได้รับพลังไกอาที่ว่านี้ได้? คำตอบง่ายมากครับ คือ เราล้วน
ได้รับอยู่แล้วตั้งแต่เกิดในโลกนี้นะครับ เพียงแต่เราอาจไม่ค่อยได้ใช้ก็
เลยทำให้พลังงานนี้ อ่อนกำลังลง และกลายเป็นเพียงพลังแฝงที่ซ่อน
ลึก จนไม่รู้ว่านี่คือ พลังพิเศษอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่แล้วในตัวของเรานี่เอง
เอาละ ถามว่าแล้วทำอย่างไรจึงจะดึงมันมาใช้ได้ละ? คำตอบก็คือ ใน
เวลาที่เราไม่อาจจะใช้พลังอื่นใดได้ เราอาจค้นพบมันในตัวของเราเอง
เช่น ในเวลาที่เราอับจนมากๆ เราจนตรอกมากๆ เราหมดสิ้นหนทางมาก
ทว่า มันจะเฉียดใกล้กับพลังภาคมืดมากนะครับ เพราะหลายคนพอเข้า
สู่วิถีนี้แล้ว เริ่มอับจน จนตรอกหมดสิ้นหมดทางแล้วก็ได้รับพลังภาคมืด
ไปเลย ผมถึงบอกว่ามันอยู่ใกล้กับพลังภาคมืดมากไงละครับและหลาย
ท่านก็ได้รับพลังภาคมืด ก่อนที่จะได้รับพลังไกอาด้วยซ้ำ เมื่อใช้พลังที่
มาจากภาคมืดไปแล้วจึงไม่ทันได้ค้นพบว่ามีพลังของไกอาซ่อนอยู่ในตัว
ของเราเอง มันไม่ทันได้ปลุกขึ้นมาใช้ มันไม่ทันได้รับมาใช้ ก็กลายเป็นมี
พลังภาคมืดเข้ามาแทนที่เสียก่อนครับ นั่นแหละ ปัญหาที่ทำให้ผู้คนมาก
มาย ไม่ได้รับพลังไกอา อีกทั้งยังสูญเสียพลังไกอาไปด้วย เมื่อพวกเขามี
การรับและเลือกใช้พลังภาคมืด ภาคมืดก็จะเอาพลังไกอาของพวกเขาไป
(แลกเปลี่ยนพลังกัน) และทำให้ภาคมืดเรียนรู้และรับพลังจากต่างดาวได้
มากมาย พวกเขาจึงเก่งมากขึ้นและมีอิทธิพลมากขึ้นในโลกนี้ยังไงละครับ
มนุษย์ต่างดาวกำลังเคลื่อนย้าย ตีตัวออกห่างจากภาคมืดสู่เหล่าไกอา
ต่อไปที่ผมอยากบอกท่านก็คือ มนุษย์ต่างดาวจำนวนมากมาย ที่มายัง
โลกนี้กลุ่มแรกๆ ซึ่งไม่ได้ผ่านการกำเนิดในโลกนี้ และยังไม่ได้รับพลัง
ไกอา จะมีความอ่อนแอมากๆ และยังปรับตัวเข้ากับโลกนี้ไม่ได้ เขาจึง
ต้องอาศัยมนุษย์ ซึ่งมนุษย์เหล่านี้ก็มักเป็นสายของ "ภาคมืด" ทำให้
มนุษย์ต่างดาวต้องพึ่งพาภาคมืดไปโดยพฤตินัย อย่างไม่อาจเลือกได้
ทว่า มาถึงตอนนี้ พวกเขากำลังตีตัวออกห่างจากภาคมืดแล้ว เพราะที่
ผ่านมาภาคมืดเอาเปรียบเหล่ามนุษย์ต่างดาวมาโดยตลอด ทำให้พวก
เขาต้องการเลือก "สัมพันธภาพใหม่" ต้องการเชื่อมโยงสัมพันธ์กับผู้
ที่ไม่ใช่ภาคมืดหรือสายของภาคมืด พวกเขาก็กำลังหาทางที่จะอยู่ได้
ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาภาคมืด ดังนั้น พวกเขาจึงต้องใช้การถ่าย
ฝากตัวอ่อนเพื่อให้ตัวอ่อนได้กำเนิดในโลก และได้รับพลังไกอาด้วย ทั้ง
ยังต้องการติดต่อสัมพันธ์กับมนุษย์ที่มีพลังไกอา เพื่อที่จะรวมกำลังกัน
ในการทำกิจต่างๆ โดยไม่ต้องอาศับภาคมืดอีกต่อไป และผลจากการที่
พวกเขาเคลื่อนย้ายนี่เอง ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายใน
ด้านต่างๆ มนุษย์บางกลุ่มที่เคยได้รับพลังของต่างดาว กลับไม่ได้รับ ใน
ขณะที่มนุษย์กลุ่มใหม่กำลังถูกเลือกให้ได้รับพลังของมนุษย์ต่างดาว นี่
เพราะพวกเขากำลังเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่านั่นเอง
จงยกระดับตัวท่านเองสู่ระดับ "อุลตร้าแมน ไกอา" เพื่ออนาคตของโลกนี้
สุดท้ายที่ผมอยากบอกท่านคือ ทุกท่านที่เป็นคนสามารถพัฒนาความเป็น
มนุษย์ให้มากขึ้นได้จนถึงระดับที่เรียกว่า "อุลตร้าแมน ไกอา" เพื่อเตรียม
รับพลังงานจากต่างดาวที่กำลังเคลื่อนย้ายมานี้ เพราะถ้าคุณไม่อาจได้รับ
พลังของไกอา แม้คุณได้รับพลังจากต่างดาวไป ก็ไม่มีความหมายอะไร?
ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหลือนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่คุณจะเรียนรู้และ
รับพลังจากดาวโลกของคุณเอง ทำความรู้จักโลกของคุณเองให้มากขึ้น
และรับพลังงานจากดาวโลกของคุณเองเสียก่อน เพราะมันคือสิ่งที่สำคัญ
และจำเป็นมากในการเรียนรู้ที่สูงขึ้นต่อไป ผมหวังว่าคุณจะตื่นตัวมากขึ้น
ที่จะทำความเข้าใจโลกใบนี้ตามธรรมชาติที่มันเป็น เปิดรับพลังอันบริสุทธิ์
ของโลกใบนี้ โดยไม่ถูกพลังภาคมืดครอบงำ ไปเสียก่อน เพื่อยกระดับตัว
คุณเองไปสู่ระดับ "อุลตร้าแมน ไกอา" อันเป็นจุดสำคัญมากในการปูพื้น
ฐานในการเรียนรู้พลังจักรวาล และพลังงานจากดาวต่างๆ ทั้งหลายครับ
ขอพลังแห่งไกอา ช่วยเลื่อนระดับของท่านสู่ "อุลตร้าแมน ไกอา" สวัสดี
20 ก.ย. 2555
"เสียงจากอุลตร้าแมน ไกอา"
รับสื่อสารโดย
瑠璃王
"พลังแห่งไกอา" ที่มนุษย์ต่างดาวอยากได้รับ? ทว่า มนุษย์โลกกลับมองข้ามไป?
การให้กำเนิดสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริง(ในอดีต) และการปลุกพลังวิญญาณทุกสรรพสิ่ง
สวัสดีครับ วันนี้ มีเรื่องวิทยาการ
บางอย่างจากจักรวาล มาเล่าให้
ฟังเล่นๆ นะครับ คือ วิทยาการใน
การปลุกพลังวิญญาณของสิ่งที่
เดิมมีแต่ "สังขาร" ขึ้นมา เช่น
ถ้าคุณตั้งโรงแรม สร้างสังขาร
วัตถุให้มันแล้ว แต่มันยังไม่มีสิ่ง
ที่เรียกว่าวิญญาณ และไม่มีพลัง
ดึงดูดนะครับ ดังนั้น คุณต้องทำ
ให้มันมีพลังดึงดูดต่อไป มันจึง
จะสำเร็จเป็นโรงแรมชั้นนำ และ
คุณก็จะประสบความสำเร็จใน
การดำเนินธุรกิจครับ
เอาละ มันไม่ใช่เรื่องของคนที่รีบ
นิพพานนะครับ ท่านไหนยังไม่รีบ
นิพพาน และยังใช้ชีวิตอยู่บนการ
แข่งขัน ก็ลองอ่านดูนะครับ ...
สำหรับ "ผู้สร้าง" แล้ว ย่อมให้กำเนิดสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริง ได้ทั้งสิ้นครับ
อย่างแรกที่ท่านควรทราบคือ สรรพสิ่งไม่เที่ยง มีเกิดแล้วมีดับ, ดับไปแล้ว
เกิดใหม่มาแทนที่ สำหรับในกระบวนการเกิดนั้น ก็จะมี "ผู้สร้าง" เข้ามา
เกี่ยวข้องในแต่ละระดับครับ เช่น สร้างระดับโลก, ระดับประเทศ, ระดับใน
ครัวเรือน ฯลฯ ได้ทั้งหมดครับ ไม่เว้นแม้แต่คนสร้างหนัง สร้างตัวละคร นี่ก็
ผู้สร้างเหมือนกันครับ แต่เขาสร้างเพียงหนัง ถ้าเราเอาตัวการ์ตูนของเขา
มาสร้างต่อ ก็ได้เหมือนกันครับ จากหนังอาจกลายเป็นชีวิตจริง คนจริง ก็
ได้ครับ (ถ้าเรามีบารมีสร้างได้นะ) ไม่มีสาระครับ! เป็นเรื่องกิจกรรมยาม
ว่างของ "ผู้สร้าง" ก็แค่นั้นเอง ไม่ยากอะไรเลยครับ อะไรที่มีสังขารแล้ว
หรือมีนามรูปแล้วก็สร้างต่อไปตามลำดับของ "ปฏิจจสมุปบาท" ก็แค่นั้น
เอง ไม่แปลกอะไร อะไรที่ไม่เคยมีก็สร้างได้ทั้งนั้นแหละครับ เอาง่ายๆ แค่
เว็บไซต์, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เมื่อก่อนมีไหมครับ? แต่ตอนนี้
ละ แหม เต็มไปหมด ก็สร้างมันขึ้นไงครับ มันสร้างได้ทุกอย่างนั่นแหละ!
ดังนั้น ไม่มีอะไรที่สร้างไม่ได้, ไม่มีอะไรที่ไม่อาจเป็นจริง ทุกสรรพสิ่งล้วน
สร้างได้, ทำให้เกิดขึ้นได้, ทำให้มีได้, ทำให้เป็นจริงระดับสมมุติได้ทั้งสิ้น
สินค้าที่คุณสร้างขึ้นมา (สังขาร-รูป) ต้องมีแบรนด์ (นาม) และวิญญาณ
ต่อไปผมจะขอยกตัวอย่าง การสร้าง ที่คุณเห็นได้ทั่วไป และมีอยู่ดาษดื่น
ในทุกวันนี้ เห็นได้แทบทุกที่ครับ นั่นคือ การสร้างสินค้าใหม่ (New pro
duct) ซึ่งกว่ามันจะมี "ชีวิต" ขึ้นมาได้ นอกจากคุณจะสร้างสังขารซึ่ง
เป็นวัตถุให้มันแล้ว มันมีรูปแล้ว สร้างชื่อ (นาม) ให้มันแล้ว คุณยังต้องมี
"พลังวิญญาณ" ปลุกให้มันมีชีวิตด้วยนะครับ เอาง่ายๆ บางโรงแรมเคย
ไปไหมครับ มันไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย เหมือนอะไรที่ชั่วคราว แค่นอนๆ
ไปสักคืนหนึ่ง ตื่นขึ้นมาก็จากไปแต่บางโรงแรมมันมีชีวิตชีวา มีวิญญาณ
ครับ เราผูกพันกับมัน พักแล้วอยากกลับมาพักอีกไงละครับ โอ้ ง่ายมาก!
เข้าใจหรือยังครับ อะไรที่สร้างขึ้นมาแล้วมีพลังวิญญาณกับไม่มีพลังที่ว่า
นี้ ผมคงไม่ต้องอธิบายเยิ่นเย้อนะครับ สรุปง่ายๆ ว่ามันสร้างได้ทุกอย่างที่
มีอยู่แล้ว และไม่เคยมีมาก่อนเลย (ตามแต่บารมีผู้สร้างครับ) แต่เมื่อสร้าง
ขึ้นมาแล้วมันจะไปได้นานแค่ไหน? มันจะมีพลังแค่ไหน? จะมีวิญญาณมั้ย
อันนี้ แตกต่างกันนะครับ เคยแวะโครงการบ้านจัดสรรบางแห่งมั้ยครับ บาง
แห่งไม่นานเท่าไรก็คล้ายหมู่บ้านร้างแล้ว เก่าแล้ว เหมือนจะหมดอายุแล้ว
แต่บางแห่งมีชีวิตชีวา สดชื่น มีพลังวิญญาณหล่อเลี้ยงอยู่ตลอด เอาละ นี่
ก็น่าจะพอเป็นตัวอย่างให้ท่านเข้าใจมากขึ้นได้แล้ว ใช่มั้ยครับ ทีนี้ วิศวกร
ที่สร้างกันส่วนใหญ่ ถ้าบารมีไม่ถึงพระวิษณุเทพ ก็จะสร้างอะไร ที่ดูมีพลัง
วิญญาณแบบนั้นไม่ได้ แต่ถ้ามีคนที่ดูแลวิศวกรอีกทีเช่น เจ้าของผู้สั่งสร้าง
มีบารมีระดับวิษณุเทพ เมื่อสร้างแล้วก็ดูมีชีวิตชีวา มีพลังวิญญาณได้ครับ
หรือสินค้าบางชนิด คนสร้างมาจากโรงงาน ดูไม่มีชีวิตเลย พอได้อาศัยคน
ทำการตลาด "ปลุกชีวิตมันขึ้นมา" มันก็มีชีวิตชีวา ขึ้นมาทันทีได้เลยครับ
แม้แต่ "ตัวละคร" ในนิยาย ผู้สร้างก็สร้างให้มี "ตัวตนจริง" ขึ้นมาได้ครับ
ต่อไปผมจะอยากจะบอกว่า แม้แต่ตัวละครในนิยายที่อาจเริ่มต้นเพียงจาก
จินตนาการ ก็สามารถ "ปลุกพลังวิญญาณ" ทำให้มีชีวิตชีวา มีจริงขึ้นมา
ได้ครับ ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ "พระพุทธชินราช" แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นแค่
"รูปหล่อ" อย่างหนึ่ง ต่อมา ผู้คนศรัทธามากมาย พลังจิตเข้ามารวมกันได้
มากมาย ก็กลายเป็น "พลังวิญญาณที่ศักดิสิทธิ์" ขึ้นมาได้ครับ ชัดเจนมั้ย
ครับ ทีนี้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่งครับ แม้แต่การสร้างตัวละครซึ่ง
อยู่ในหนัง หรือการ์ตูนขึ้นมา มันกสามารถสร้างไปจนถึง "ตัวตน" ระดับที่
เป็นวิญญาณก็ได้, สังขารก็ได้, นามรูปก็ได้ครับพวกเขาไม่ได้ใช้คุณไสย์
แบบที่พวกปลุกผี, ปลุกพระทำกันนะครับ เขาไปแบบชั้นสูง มีระดับครับ ก็
คือ "ใช้พลังจิต" อย่างไรละครับ ใช้กันทั่วไปแหละครับ ปลุกได้เก่งกว่าผู้
ที่ปลุกพระขายเสียอีก เอาง่ายๆ เช่น ทุกวันนี้เราเชื่อว่ามือถือยี่ห้อ ... จะมี
คุณภาพดี รับสัญญาณได้ดีที่สุด ใช่มั้ยละครับ นั่นแหละ ปลุกพลังให้มันมี
ชีวิตขึ้นมาแล้ว ทีนี้ มันจะมีชีวิตได้นานแค่ไหน ก็ต้องอาศัยพลังจิตของคน
ที่ปลุกมันครับ คนรุ่นหนึ่งทำงาน ผ่านไป คนรุ่นต่อไปมาทำงานต่ออีก ถ้ามี
การส่งพลังจิตต่อเนื่องไป ก็มีชีวิตอยู่ยาว ถ้าขาดตอน ทำไม่เป็น ก็ตายได้
ครับ (แบรนด์ตายไปจากตลาด) ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยครับ จะเป็นตัวละคร
อะไร ก็สร้างได้ เกิดได้ มีตัวตนได้ในทุกมิติ และทุกระดับครับ ถ้าสร้างเป็น
นะครับ แล้วแต่ว่าเราจะสร้างให้เป็นอะไร เป็นตัวช่วยมนุษย์โลกมั้ย? ถ้ามี
คนส่งพลังแห่งความเชื่อให้มากๆ มันก็มีได้ เกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ นั่นแหละ
ที่เขาเรียกว่า "พลังแห่งความเชื่อ-ความศรัทธา" ไงละครับ มันก็ปรุงแต่ง
ประกอบเหตุปัจจัยเกื้อหนุนกันมาเกิดอย่างนี้แหละ พอจะเข้าใจมั้ยละครับ
มนุษย์ทั้งหลาย คือ "ผู้กำหนด-ผู้สร้างร่วมกัน" ว่าจะให้อนาคตเกิดอะไร?
ต่อไปผมจะอยากจะบอกว่า มนุษย์โลกทุกคนเป็นผู้สร้างร่วมกัน ผู้กำหนด
ให้อนาคตของโลก เกิดมี เกิดเป็นอย่างไรครับ เช่น เมื่อเราเชื่อว่าจะมีตัวที่
มาจากนอกโลก มาทำลายล้างโลก ด้วยภัยพิบัติ มันก็มีได้ครับ จากการที่
เราส่งพลังจิตปรุงแต่งหล่อเลี้ยงให้มันเกิดขึ้นมาไงละครับ แต่ถ้าเราเชื่อว่า
จะมี "อุลตร้าแมน" มาช่วยมนุษย์โลกจริงๆ มันก็มาได้ครับ! มาจากไหน?
ก็มาจาก "พลังจิตและเหตุปัจจัยต่างๆ" ที่เราช่วยกันปรุงแต่งขึ้นมาแหละ
ครับ ดังนั้น มันไม่มีอะไรที่ไม่เป็นจริง มันเป็นไปได้ทั้งนั้นครับ อะไรที่ไม่เคย
มี ไม่เคยเกิด ก็เกิด ก็มีได้ครับ นั่นด้วยอำนาจของพลังจิต ที่ผู้คนทั้งหลาย
ได้ร่วมกันสร้าง ร่วมกันปรุงแต่งขึ้นมาอย่างไรละครับ ดังนั้น เราซึ่งล้วนคือ
มนุษย์โลก เราอยากให้มี อยากให้เกิดสิ่งใดขึ้นมาละครับ? มันก็ขึ้นอยู่กับ
ตัวเราเองแล้วที่จะกำหนด ที่จะส่งพลังความเชื่อไปหล่อเลี้ยงมัน ให้สิ่งนั้น
ได้ถือกำเนิด เกิดขึ้นมา อย่าลืมครับ ว่าเราคือผู้สร้างโลกร่วมกัน เราคือ ผู้
กำหนดอนาคตของโลกนี้ร่วมกันเองนั่นแหละครับ และเรากต้องรับผลที่ได้
สร้างร่วมกันมานั้นเองครับ ดังนั้น คุณอยากให้โลกนี้มีอนาคตอย่างไรครับ
เมื่อเราดูทีวี เราก็ส่งพลังจิตไปให้สิ่งที่อยู่ในทีวีนั้น ให้มันได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ต่อไปผมจะอยากจะบอกว่า ท่านทั้งหลายต่างร่วมกันสร้างอะไรมากมาย
โดยเฉพาะพลังจิตมากมายที่ท่านส่งเข้าไปใน "ทีวี" ก็ดี, "เน็ต" ก็ดี นั้น
ได้สร้างอะไร มากมายขึ้นมาแล้ว เพราะอำนาจแห่งพลังจิตมวลรวมของ
แต่ละท่านรวมกันแล้ว มันก็มากพอที่จะสร้างตัวตน ในหลากหลายมิติได้
เลยครับ เวลานักร้องขึ้นเวทีคอนเสริต์ เราเชียร์อยู่ข้างล่าง พลังจิตซึ่งได้
รวมกันมากมาย ก็ไปที่ตัวนักร้องครับ แต่นักร้องคนนั้นจะได้พลังแค่ขณะ
หนึ่งเท่านั้น เพราะพลังเหล่านั้น "จะถูกซาตานสูบไปครับ" ซาตานได้ใช้
ช่วงเวลาที่คนรวมพลังจิตกันเยอะๆ เพื่อเสริมพลังอำนาจให้ตัวเอง โดยที่
มนุษย์ไม่อาจทราบได้ มนุษย์ก็สูญเสียพลังจิตไปมากมายแล้วครับ แล้วก็
เกิดอาการ "สูญเสียความมั่นใจ" เป็นมั้ยละครับ เวลาดูดารามากๆ ดูหนัง
สือที่เขาถ่ายออกมาดีมากๆ พอดูกระจกเห็นตัวเองเลยสูญเสียความมั่นใจ
แต่ดารา มั่นใจเอ้า มั่นใจเอา มากขึ้น มากขึ้นทุกวัน นี่ละ พลังจิตไหลถ่าย
เทไปไงครับ อันนี้ มันเป็นพลังจิตระดับสูงครับ ระดับภาคมืดและต่างดาวที่
เขาถ่ายทอดวิธีการให้มามนุษย์โลกจึงไม่เข้าใจ ไม่อาจเข้าถึงวิทยาการที่
สูงกว่าระดับของตนได้ครับ กระบวนการสร้าง "ตัวตน" ด้วยพลังวิญญาณ
ที่ส่งมาทางจิตนี้มีมานานแล้วครับ ดังนั้น เราจึงได้ตัวตนของ "เลดี้ กาก้า"
บ้าง ตัวตนของ "ไมเคิล แจ็คสัน" บ้าง ฯลฯ เกิดขึ้นมามากมายครับ ตัวตน
เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ ตาม "กิเลสความพอใจของมนุษย์" ครับ ถ้า
มนุษย์อยากให้พวกเขาเป็นแบบไหน ก็จะส่งพลังจิตน้อมนำให้พวกเขาจะ
ต้องเป็นแบบนั้นครับ เช่น มนุษย์อยากได้ตัวสนองความลุ่มหลง ก็สร้างตัว
ตนที่ทำให้คนลุ่มหลงขึ้นมาครับ มากมายเลย แล้วมนุษย์ ก็ลุ่มหลงกันต่อ
ไป ด้วย "สิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา" ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่มาจากสิ่งมีชีวิตก็ดี
ตัวตนที่มาจาก "วัตถุที่ไร้ชีวิต" ก็ดี (เช่น เทวรูปต่างๆ) ล้วนใช่ทั้งนั้นครับ
"ตัวตน" แห่งสิ่งดีงาม ถูกมนุษย์สร้างน้อยลงกว่าตัวตนแห่งความลุ่มหลง
ต่อไปผมจะอยากจะบอกว่า ขณะนี้ มนุษย์โลกได้ร่วมกันสร้าง "ตัวตนที่ดี
งาม" น้อยกว่า "ตัวตนแห่งความลุ่มหลง" ทำให้คนมากมาย ไม่มีตัวแบบ
ที่ดีให้ทำตามครับ พอใครแค่ช่วยหมาแมวจากถนนก่อนถูกรถชนได้ ก็เป็น
ฮีโร่ไปเสียแล้ว เพราะอะไร? เพราะมันหาไม่เจอ คนที่ดี เป็นตัวแบบที่ดีได้
ไงละครับ มันก็เลยมีแต่แบบนั้น คำว่าฮีโร่เลยถูกใช้อย่างไม่มีระดับแบบนั้น
เอาละ ทีนี้ เมื่อมนุษย์ร่วมกันสร้างตัวตนแห่งความลุ่มหลงกันมามากขึ้น ก็
จะส่งผลร้ายต่อสังคมมนุษย์เองมากมายครับ ทำให้มนุษย์โลก ตามืดบอด
เบาปัญญาไม่รู้จักปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ ไม่เข้าใจธรรมชาติและสุดท้าย
จึงทำร้ายธรรมชาติ อยู่ร่วมกับธรรมชาติไม่ได้ เมื่อใดที่ธรรมชาติแสดงสิ่ง
ไม่เที่ยงขึ้นมา ก็กลายเป็นว่า "คือ ภัยพิบัติ" ไปเสียหมดครับ กลายเป็นว่า
การที่ธรรมชาติปรับตัว ไม่เที่ยง นี่คือ "ภัยพิบัติของมนุษย์เช่นนั้นหรือ?" นี่
มันไม่ควรเป็นเช่นนี้เลยครับ เพราะมนุษย์ที่แท้จริง ย่อมปรับตัวกับโลกได้ ก็
จะได้รับประโยชน์มากมายจากความไม่เที่ยงของธรรมชาติได้ครับ เช่น ถ้า
ถึงฤดูฝน ก็โชคดีได้น้ำทำนา, ฤดูร้อน ก็โชคดีได้แสงแดดตากปลา เป็นต้น
จงรวมพลังสร้าง "ตัวตนที่ดีงาม" ขึ้นมา เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์
สุดท้าย ผมจะอยากจะบอกว่า เราควรรวมพลังกันเพื่อสร้างตัวตนที่ดี
งามขึ้นมา เพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษย์ในอนาคต และลด ละ เลิก
ส่งพลังจิตไปหล่อเลี้ยงตัวตนที่เป็นภัยต่อมวลมนุษย์ด้านต่างๆ เสีย ก็
จะสามารถกำหนดทิศทางของโลกในอนาคตได้ด้วยตัวของเราเอง นี่
คือ สิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ครับ จากสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่เลยก็จะเกิด
ขึ้นได้ครับ เช่น ถ้าเราเชื่อว่า "นักการเมืองที่ดีมีแค่คนเดียว แม้ว่าเขา
จะโกงกิน เราก็เอา" เชื่ออยู่อย่างนี้ มันก็อยู่อย่างนี้ไปตลอดครับ ทว่า
ถ้าเราเชื่อว่า "แผ่นดินนี้ไม่สิ้นคนดี สักวันหนึ่งคนดีจะขึ้นมาปกครอง"
มันก็จะเกิดขึ้นได้ครับ ทว่า ตอนนี้พลังแห่งความเชื่อแบบนั้นยังมีน้อย
เกินไปครับ เพราะพวกเขายังเชื่ออยู่ในคนเดิมๆ ทั้งๆ ที่แผ่นดินนี้ มีคน
อยู่มากมาย ทำไมยอมให้เขาผูกขาดตัวเองได้ง่ายๆ อย่างนั้นละครับ?
ทำไมเราไม่เปิดกว้างให้ตัวเองได้มีโอกาส ได้พบ ได้เจอ คนที่ดีกว่านั้น
ละ? เมื่อเราทั้งหลายไม่ส่งพลังจิต พลังแห่งความเชื่อว่าจะมีคนที่ดีมา
ช่วยเหลือเรา มันก็จะไม่มี ไม่เกิดขึ้นได้ครับ เอาละ ผมไม่ได้ต้องการให้
คุณหลง รอคอยใครสักคน จนไม่อาจพึ่งตัวเองได้นะครับ มันคนละเรื่อง
กัน ถ้าคุณมีสติปัญญาดี คุณแยกแยะได้ระหว่าง "การพึ่งตัวเอง" และ
การส่งพลังจิตสร้างตัวตนใหม่ๆ ลงมาช่วยโปรดสรรพสัตว์ โอเคมั้ยครับ
ขอพลังแสงธรรมแห่งพระบิดา จงช่วยน้อมนำคุณสู่ตัวตนที่ดีงาม สวัสดี
21 ก.ย. 2555
"เสียงจากกูรูด้านพลังงาน"
รับสื่อสารโดย
瑠璃王





