สวัสดีครับ วันนี้ มีเกร็ดเล็กๆ เรื่อง
พลังพิเศษและการควบคุมโดยสิ่ง
ที่เรียกกันว่า "กลไกลควบคุมตาม
ธรรมชาติ" กล่าวคือ ..พลังพิเศษ
ทั้งหลาย ล้วนแต่มีกลไกลควบคุม
ที่เราอาจไม่รู้หรือมองไม่เห็นอยู่จึง
สามารถควบคุมผู้ที่มีพลังพิเศษ ผู้
ที่ได้รับพลังพิเศษได้ อย่างไรบ้าง?
วันนี้ เราจะมาคุยเรื่องนี้กันนะครับ
พลังพิเศษที่ท่านได้รับ อาจทำร้ายท่านเอง ถ้าท่านใช้ไปอย่าง "ผิดครู"
อย่างแรกที่ต้องบอกท่านก่อนคือ เมื่อท่านได้รับพลังพิเศษไปแล้ว นำไป
ใช้ผิดทาง ท่านก็อาจได้รับผลร้ายได้อย่างที่ท่านไม่คาดคิด เพราะท่าน
อาจไม่ทราบว่าพลังพิเศษเหล่านี้ มีกลไกลควบคุมอยู่ตามธรรมชาติ ถ้า
ท่านนำไปใช้มากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้นกับท่านเอง? หรือนำไปใช้ทำสิ่ง
ที่ผิด จะเกิดผลอย่างไรกลับมา? การนำพลังพิเศษไปใช้อย่างผิดทางนี้
ผมขอยืมใช้คำว่า "ผิดครู" ก็แล้วกันนะ คนไทยคงคุ้นเคยดี ซึ่งพลังอัน
นี้มันมีลักษณะที่ "ถูกควบคุม" ในแบบที่แตกต่างกันออกไปครับ กล่าว
คือ พลังพิเศษแต่ละอย่างถูกควบคุมในแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ว่า
พลังทุกชนิดแหละครับ มันมีธรรมชาติที่ถูกควบคุมอยู่ในตัวมันเองด้วย
ทว่า ท่านอาจไม่ทราบ จนกว่าท่านจะ "เลยขอบเขต" ของการใช้พลัง
พิเศษนั้นๆ ไป ท่านก็จะได้รับผลกระทบอันนั้น และก็ทำให้ท่านสำนึกได้
พลังพิเศษประเภทที่ถูกควบคุมโดย "บารมีธรรม" ใช้ธรรมควบคุมยังไง
ต่อไปที่จะบอกท่านคือ พลังพิเศษประเภทแรกที่ผมจะกล่าวถึงนี้ ถูกควบ
คุมโดย "บารมีธรรม" หมายความว่า ถ้าท่านมีบารมีธรรมมาก ท่านก็จะ
เรียนรู้ได้มาก แต่ถ้าท่านมีบารมีธรรมน้อย ก็จะเรียนรู้ได้น้อย แต่ถ้าท่าน
ฝืนเรียนรู้เพื่อให้ได้พลังพิเศษ ท่านอาจจะได้ฤทธิ์เดชเพิ่มมากจริงแต่ว่า
ท่านจะถูกพลังพิเศษนั้นทำร้ายท่านเองจากภายใน หรือหากท่านอยาก
ได้ฤทธิ์เดชมากขึ้นโดยการดัดแปลงเอาเอง ท่านก็จะต้องรับผลจากการ
ทดลองด้วยตัวเอง โดยเอาตัวเองเป็นหนูทดลอง ในสิ่งที่ท่านคิดเอง ดัด
แปลงขึ้นใหม่นั้น ผลร้ายทั้งหมด ท่านก็จะได้รับมันไปเองทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งที่
ผมกล่าวถึงนี้มันจะสนองผลในอนาคต ที่ท่านอาจจะยังไม่ทันสังเกตุเห็น
สำหรับท่านที่ฝึกพลังพิเศษแบบนี้ ท่านจะพัฒนาก้าวหน้าสูงขึ้นไปได้ จะ
ต้องมี "บารมีธรรม" เพิ่มขึ้นหรือหากท่านพัฒนาฤทธิ์เดชเพิ่มขึ้นไปแล้ว
จะต้องใช้พลังธรรมที่มากกว่า "ควบคุมฤทธิ์เดช" เอาไว้ด้วย ไม่เช่นนั้น
พลังพิเศษเหล่านั้น ก็อาจย้อนหวนมาทำร้ายตัวท่านเองได้เช่นเดียวกัน?
พลังพิเศษประเภทที่ถูกควบคุมโดย "บุคคล" ใช้บุคคลควบคุมกันยังไง
ต่อไปที่จะบอกท่านคือ พลังพิเศษประเภทต่อไปที่ผมจะกล่าวถึงนี้ จะถูก
ควบคุมโดย "บุคคล" หมายความว่า จะมีบุคคลอื่นที่เข้ามาควบคุมผู้ที่
ได้รับพลังพิเศษเหล่านั้นอีกที ซึ่งมักไม่ใช่ใครอื่นไกล มักเป็นเหล่าผู้ได้
รับพลังเหล่านั้นเอง นั่นแหละ เช่น ผู้ที่ได้รับพลังพิเศษอาจมีมากกว่า 1
คน หรือเป็นคู่ๆ ทั้งสองคนจะได้รับพลังพิเศษที่ตรงกันข้ามกันเช่น ขณะ
ที่คนหนึ่งได้รับพลังสายร้อน คนหนึ่งอาจได้รับพลังสายเย็น คนหนึ่งได้
รับพลังเสื่อมสลาย คนหนึ่งอาจได้รับพลังฟื้นฟูสภาพ เป็นต้น ซึ่งการใช้
"การควบคุมอิทธิฤทธิ์" แบบนี้ พบได้บ่อย และคนที่ควบคุมกันเอง ก็มัก
มาจาก "สายธรรมเดียวกัน" เองนั่นแหละ ที่ควบคุมกันเอง คนนอกสาย
ธรรม มักไม่อาจที่จะเข้ามาจัดการอะไรได้ เพราะไม่อยู่ในวงบุญวงกรรม
ด้วยนั่นเอง สายธรรมแบบนี้ จึงมักมีลูกศิษย์เป็นคู่ๆ เป็น หยิน-หยาง กัน
พลังพิเศษประเภทที่ถูกควบคุมโดย "ปัญญา" ใช้ปัญญาควบคุมยังไง?
ต่อไปที่จะบอกท่านคือ พลังพิเศษประเภทต่อไปที่ผมจะกล่าวถึงนี้ จะถูก
ควบคุมโดย "ปัญญา" หมายความว่า บุคคลจะพัฒนาพลังพิเศษให้ไปสู่
ชั้นที่สูงขึ้นได้จะต้องใช้ "ปัญญาทางธรรม" เข้าช่วยก่อน จึงจะมีฤทธิ์มี
เดชมากขึ้นได้ ทว่า เมื่อมีพลังพิเศษมากขึ้นแล้ว ความคิดอยากเอาชนะ
อยากทำร้ายใคร อยากใช้พลังพิเศษ ก็ลดลงไปด้วยในตัว กล่าวคือ ยิ่งมี
พลังมาก กลับยิ่งไม่อยากใช้พลัง เพราะอะไร? เพราะเขามีปัญญาแล้วมี
ปัญญาก่อนที่จะผ่านด่านอิทธิฤทธิ์ได้ นั่นเอง คนที่ได้ปัญญาแล้วก็จะปลง
ปล่อยวางมากขึ้นไปเป็นลำดับ จากเดิมที่คิดไม่ดี อยากได้ฤทธิ์มากๆ เพื่อ
ไปทำร้ายคนอื่น พอเกิดปัญญาพอปลงได้กลับไม่คิดอยากจะได้ พอไม่คิด
อยากจะได้ กลับได้ฤทธิ์เพิ่ม กลับสำเร็จวิชาอะไรแบบนั้น นี่แหละ ที่ผมได้
กล่าวว่าเขาใช้ "ปัญญาควบคุมพลังพิเศษ" อีกที ซึ่งมันเป็นการควบคุมที่
ไม่ต้องมีใครมาควบคุม มันเป็นธรรมชาติของพลังพิเศษชนิดนั้นๆ เอง ที่มี
สภาพควบคุมตัวเองโดยปัญญา เช่นนั้น แบบนี้ไม่ต้องใช้ธรรมกดข่ม ด้วย
มีปัญญาแจ้งแล้วนั่นเอง (แตกต่างจากประเภทที่ต้องใช้บารมีธรรมกดข่ม)
ท่านที่ฝึกพลังพิเศษทำไมไม่ก้าวหน้า เพราะท่านไม่ทราบการควบคุมนี้
ต่อไปที่จะบอกท่านคือ ท่านที่ฝึกพลังพิเศษบางท่าน ไม่ก้าวหน้าเพราะ
ไม่ทราบว่ามี "กลไกลควบคุมตัวมันเองอยู่" เหมือน "หีบสมบัติที่ต้องมี
กุญแจ" ไขจึงจะเปิดออกมาใช้งานได้ พลังพิเศษก็เป็นเช่นนั้น ท่านจะ
ไขเอาพลังงานพิเศษเหล่านั้นออกมาในแต่ละ "ระดับชั้นที่สูงขึ้นได้" ก็
ต้องทราบก่อนว่า "กลไกลควบคุมเป็นอย่างไร?" และเมื่อท่านทราบจึง
สามารถไขกุญแจ ปลดล็อกนั้นได้ ท่านก็จะผ่านด่าน ไปสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้
ดังที่กล่าวแล้วว่า พลังพิเศษบางชนิดต้องมีบารมีธรรมเพิ่มจึงพัฒนาไป
ได้ เช่น ถ้าศีลบารมีแก่กล้าขึ้น พลังพิเศษก็จะมีกำลังกล้าแข็งขึ้น ขณะ
ที่พลังพิเศษบางชนิด ต้องใช้ปัญญาจึงจะผ่านด่าน มีพลังพิเศษเพิ่มขึ้น
ได้ ในขณะเดียวกัน พลังพิเศษบางชนิดกลับผ่านด่าน พัฒนาให้สูงขึ้น
ได้ด้วยการใช้ "คนเป็นคู่ๆ ควบคุมกัน" ดังนั้น เขาจึงต้องฝึกเป็นคู่ และ
จะเลื่อนชั้นขึ้นได้ พร้อมๆ กัน เพื่อควบคุมกันและกัน (จึงต้องเก่งขึ้นไป
พร้อมๆ กัน) ดังนั้น เมื่อท่านทราบแล้ว ท่านก็ลองค้นหาดูว่าพลังพิเศษ
ที่ท่านมีอยู่นั้น ถูกควบคุมด้วยกลไกลใด ต้องใช้ "กุญแจพิเศษ" ชนิด
ใดจึงจะไขเอาพลังขั้นสูงขึ้นออกมาได้ ทีนี้ท่านก็จะเลื่อนขั้นได้ไม่ยาก
ท่านที่ฝึกพลังพิเศษ ทำไมก้าวหน้าแต่กลับมีสุขภาพกาย-ใจ ที่แย่ลง?
ต่อไปที่จะบอกท่านคือ ท่านที่ฝึกพลังพิเศษบางท่านแม้ว่าฝึกพลังพิเศษ
ได้ก้าวหน้าแต่ทำไม จึงมีผลร้ายสนองคืนท่าน ทำไม ท่านยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง
แต่กกลับยิ่งมีสุขภาพกาย-ใจ แย่ลงหรือมีปัญหาบางประการเกิดขึ้นได้
เอาละ นั่นอาจเป็นเพราะ "กลไกลควบคุม" ที่ผมได้กล่าวถึงนี้เอง ทำให้
ท่านได้รับผลกระทบเช่นนั้น ดังนั้น ท่านควรหยุดฝึกก่อน แล้วจึงทบทวน
ดูว่าที่ท่านพัฒนาขึ้นมาได้ ด้วยเพราะเหตุผลใด และท่านก้าวข้ามหรือมี
เทคนิกอะไรที่ผิดพลาด จึงทำให้ท่านฝึกแล้วมีปัญหามากมายเช่นนั้นได้
เช่น บางท่านยิ่งฝึกยิ่งมีอาการ "โรคร้อนในกำเริบ" มากยิ่งขึ้น บางท่าน
ยิ่งฝึกกลับยิ่งมีอาการ "โรคภูมิแพ้มากขึ้น" หรือบางท่านยิ่งฝึกกลับยิ่งมี
อาการ "โรคเครียดเพิ่มขึ้น" ดังกล่าวเหล่านี้ เป็นต้น เอาละ ถ้าท่านกำลัง
มีปัญหาเช่นนี้ ท่านควรหยุดฝึกก่อน แล้วลองทบทวนตัวเองให้ดี แล้วค่อย
กลับมาฝึกใหม่ให้ถูกวิธีนะครับ แล้วท่านจะผ่านไปสู่ขั้นสูงได้ ไม่มีปัญหา
ไม่มีใครได้รับรู้ก่อนว่าฝึกพลังพิเศษนี้แล้ว จะถูกควบคุมด้วยกลไกลใด?
สุดท้ายที่จะบอกท่านคือ ผู้ฝึกหรือได้รับพลังพิเศษทั้งหลาย ล้วนเริ่มต้น
จากการไม่รู้มาก่อนว่าถ้าฝึกพลังพิเศษหรือได้รับพลังพิเศษนั้นไปแล้วก็
จะ "ถูกควบคุมด้วยกลไกลธรรมชาติ" อย่างไร? แต่เมื่อมารู้ทีหลัง บาง
ท่านก็ "สายไปแล้ว" จึงต้องหาใครสักคนช่วย "ล้างอวิชาให้" เพื่อจะ
เซ็ตระบบพลังงานภายในใหม่ ให้เป็น 0 ก่อน แล้วจึงจะรับ "ธรรม" อัน
บริสุทธิ์ถูกต้องได้ ยกตัวอย่างเช่น พระสงฆ์จำนวนมากมายที่อยากจะมี
อะไรติดตัว ได้อะไรดีๆ ไปบ้างจากการบวชครั้งหนึ่งในชีวิต บางคนคิดที่
จะธุดงค์ ก็ต้องมีวิชาติดตัวก่อน จึงเอาตัวรอดจากป่าได้ ไปธุดงค์ได้ ทีนี้
ท่านก็จะแสวงหาครูบาอาจารย์กันละ ว่าท่านใดเก่ง ท่านใดมีวิชาดี ท่าน
ก็จะไปฝากตัวเป็นศิษย์ "โดยไม่รู้อะไรมากไปกว่านั้นก่อน" ท่านก็รับเอา
วิชาจากครูบาอาจารย์มา ที่ถ่ายทอดสืบๆ กันมา รู้มากบ้าง น้อยบ้าง ครบ
บ้าง ไม่ครบบ้าง ถึงที่สุดบ้าง ไม่ถึงที่สุดบ้าง ฯลฯ บางคนมารู้ทีหลังว่าสิ่ง
ที่ตนเรียนมานั้นเป็น "วิชานอกรีต" เป็นไสยศาสตร์ที่ใช้กระทำผู้คน และ
จะมีฤทธิ์ได้เมื่อมี "จิตวิญญาณร้าย" ที่เราไปหามาเลี้ยงไว้ เมื่อถึงวันคืน
ปล่อยของ ก็ต้องปล่อยให้จิตวิญญาณร้ายไปหากินเอง ไม่ปล่อยไป ก็ไม่
ได้ เพราะเขาจะเครียด และดุร้าย จะทำร้ายคนเลี้ยง เรียกว่าของเข้าตัวนี่
เลยต้องปล่อยไป พอปล่อยไปแล้วก็ไปเล่นงานชาวบ้าน ป่วยกันมากมาย
ชาวบ้านพอป่วยก็มาหาหลวงพ่อต้นตอปัญหานี่แหละ พอมาหา ก็หาย ก็
เลยเชื่อถือศรัทธากันใหญ่ โดยไม่รู้ว่า "หมอแก้ ก็คือ หมอทำ" มันคือคน
คนเดียวกันนั่นแหละ 555 เอาละ มันเริ่มต้นจากไม่รู้ คือ ไม่เจตนา แต่พอ
หลวมตัวไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร? ผมจึงนำมาเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์
ไว้เตือนใจท่านทั้งหลาย ก่อนที่ท่านอยากจะฝึกพลังพิเศษเอาไว้ให้คิดดีๆ
ขอพลังแสงธรรมแห่งพระธรรมกายฯ นั้น จงรักษาผู้ประพฤติธรรม สวัสดี
6 ก.ย. 2555
"เสียงจากกูรูด้านพลังงาน"
รับสื่อสารโดย
瑠璃王
พลังพิเศษ มีกลไกลควบคุมตามธรรมชาติที่ท่านได้รับแล้ว อาจไม่รู้ก็ได้?
พลังแห่งการสร้าง "ตัวตนในมิติต่างๆ" ซึ่งกำหนดได้ด้วย "ตัวคุณเอง"!
สวัสดีครับ วันนี้ ก็เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ
เป็นเคล็ดลับในการสร้างตัวตนในมิติที่
ต่างกัน ของท่าน ดังที่ได้เล่าเรื่องมิติที่
เหลื่อมซ้อนกันหลากหลายมิติแล้ว จึง
อยากแนะนำถึง "ตัวตนของเรา" ที่อยู่
ในแต่ละมิติ ซึ่งกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง
ครับ ดังนั้น เราจึงเป็น "ผู้สร้างตัวตน"
ในมิติต่างๆ ด้วยตัวเราเอง ดังนั้น เราจึง
กำหนดได้ครับว่าเราจะปั้นให้ตัวตนของ
เราในแต่ละมิติ เป็นอย่างไร? วันนี้ เราก็
มาคุยเรื่องนี้แบบง่ายๆ สบายๆ กันครับ
"ตัวตนในมิติต่างๆ" ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังจิตของคุณเอง ถ้าไม่นิพพาน?
อย่างแรกที่เราควรเข้าใจก่อนคือ ถ้ายังไม่นิพพาน เราก็จะเป็นผู้สร้างตัว
ตนของเราในมิติต่างๆ เองนะครับ ไม่ใช่ใครอื่นมาสร้าง เพียงแต่เราไม่ได้
สร้างแบบวิถีปัจเจกฯ แบบไม่เกี่ยวข้องกับใคร ทุกขั้นตอนของการสร้างนี้
จะมี "ตัวตนมากมายรายล้อม" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ให้เราได้สร้าง
ตัวตนของเราโดยอาศัยพลังของ "สัมพันธภาพ" เช่น พลังที่เรากระทำต่อ
บุคคลอื่นแล้วสะท้อนย้อนกลับมากลายเป็น "ตัวตนในอนาคต" ของเรา ก็
มีได้ เป็นต้นครับ นี่คือ ลีลาของตัวตนที่ยังไม่นิพพานนะครับ เรากำลังพูด
กันในมิติที่ยังไม่นิพพาน และการเกิดขึ้นของตัวตนต่างๆ ในมิติต่างๆ มาก
มาย เพื่ออะไรครับ? ก็เพื่อ 1. ถ้าคุณยังไม่รีบนิพพาน คุณจะได้เข้าใจถึง
วิถีการกำหนดตัวตนตัวต่างๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง เช่น ตัวตนในอนาคตและ
2. ถ้าคุณรีบนิพพาน คุณจะได้เท่าทัน และว่องไวต่อการสร้างตัวตนของ
คุณเองและจะได้ "หยุด" กระบวนการได้ทันก่อน" ที่ตัวตนนั้นจะถูกสร้าง
ขึ้นจนสำเร็จ ดังนั้น การเรียนรู้เรื่องการสร้างตัวตน จึงเป็นเรื่องที่ควรสนใจ
"ตัวตนในมิติต่างๆ" ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังจิตของคุณเอง ถ้าไม่นิพพาน?
ต่อไปที่เราควรเข้าใจก็คือ ถ้าคุณยังไม่รีบ "นิพพาน" คุณควรอาจโพส
นี้นะครับ เพราะผมจะกล่าวถึงการสร้างตัวตนในแต่ละมิติของคุณ ด้วย
ตัวของคุณเองในมิติปัจจุบัน มิติแห่งสังขารและมิติแห่งทิพย์ที่คุณมีอยู่
นี้ คุณทำได้ด้วยตัวของคุณเอง คุณออกแบบ และวางแผนได้ด้วยว่าจะ
ให้มีตัวตนมากมายในแต่ละมิติอย่างไร? เช่น สามารถใช้ตัวตนที่คุณมี
ความต้องการให้ไปอยู่ในมิติแห่งแสงสว่าง สัก 1 ตัวตน คุณก็สามารถ
ที่จะสร้างได้ หรือถ้าต้องการให้มีตัวตน "ภาคมืด" บ้าง สัก หนึ่ง ตัวตน
เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับโลกมืด ทำความเข้าใจเหล่าวิญญาณมืดบ้าง คุณ
ก็สามารถทำได้ครับ ซึ่งมีหลายวิธีมากครับ เช่น ถ้าคุณมีพลังภายใน ที่
มากพอ คุณก็สามารถแบ่งส่วนพลังงานออกมาได้ แต่ถ้าจิตวิญญาณใน
ตัวคุณไม่มีวิวัฒนาการที่สูงพอ มันจะไม่ได้รูปธรรมชีวิตนะครับ มันจะได้
แค่ "เศษส่วนพลังงาน" เท่านั้น คุณสามารถแบ่งส่วนพลังงานให้เกิดขึ้น
เป็น "รูปธรรมชีวิต" หนึ่งตัวตนในมิติใดๆ ได้ก็ต่อเมื่อ คุณมีวิวัฒนาการ
ทางจิตวิญญาณขั้นสูงพอที่จะทำได้เท่านั้นเช่น จิตวิญญาณระดับพุทธะ
เป็นต้น เอาละ ยังมีอีกหลายวิธี ที่คุณจะจัดการกับ "ตัวตนของคุณที่อยู่
ในมิติต่างๆ เช่น การที่คุณชำระล้าง ซักฟอกตัวตนในมิติต่างๆ เพื่อให้มี
วิวัฒนาการสูงขึ้น เป็นต้น ซึ่งมันจะส่งผลต่อตัวตนปัจจุบันของคุณด้วย!
หยุดวงจรการสร้าง "ตัวตนในมิติต่างๆ" เสีย ถ้าคุณต้องการนิพพาน
ต่อไปที่เราควรเข้าใจก็คือ ถ้าคุณต้องการ "นิพพาน" ขึ้นมาละ คุณก็
ต้องทำอีกสิ่งที่แตกต่างไปจากการสร้างตัวตนดังที่ผมได้อธิบายมานั้น
คือ คุณควรระวังการเกิดขึ้นของ "ตัวตนตัวใหม่ๆ ในมิติต่างๆ" ซึ่งมัน
จะค่อยๆ พัฒนาจากพลังจิตระดับอ่อน หรือมวลแห่งกรรมระดับเล็กขึ้น
ไปจนกลายเป็น "ตัวตน" ที่แน่นอนชัดเจนขึ้นมา การตัดวงจรนี้ก็คล้าย
การคุมกำเนิดนั่นแหละ แต่เป็นการคุมกำเนิดตัวตนของคุณเองในมิติที่
แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าคุณมีจิตวิญญาณขั้นสูง ที่มีวิวัฒนาการมาก
พอ และมีปัญญาสูง คุณก็จะว่องไวต่อการก่อตัวขึ้นของตัวตนต่างๆ ใน
แต่ละมิติ และสามารถที่จะหยุดวงจรการเกิดของตัวตนเหล่านั้นๆ ได้ทั้ง
หมด ทั้งในระดับที่เกิดจากพลังจิต, พลังจากการกระทำทางกายและวจี
ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ล้วนมีผลต่อการเกิดขึ้นของตัวตนในมิติต่างๆ ทั้งสิ้น
ฟังดูแล้วเป็นเรื่องยากทีเดียวและไม่อาจทำได้จริงคือ แม้คุณจะพยายาม
เท่าไร มันก็ต้องมีที่ผิดพลาดขึ้นมาเป็นตัวตนได้สักตัวตนหนึ่ง ในบางมิติ
จนได้ละน่า? เพราะอะไร? เพราะถ้าคุณยังไม่มีวิวัฒนาการในระดับที่จะ
ทำได้ คุณก็ยังทำไม่ได้หรอก บอกไปก็ทำให้คุณไปเลียนแบบเหมือนลิงที่
พยายามเลียนแบบให้เหมือนคน แต่ลิงไม่ใช่คนจริงๆ หรอกนะครับ ดังนั้น
การที่คุณจะทำได้นั้น คุณก็ต้อง "เป็นสิ่งที่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ" เสีย
ก่อนแล้วคุณจึงจะทำได้โดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝึกไม่ต้องเลียนแบบเลย
พลังแห่งการบริหารและเชื่อมโยง "ตัวตนในมิติต่างๆ" เข้าด้วยกัน?
ต่อไปที่เราควรเข้าใจก็คือ ท่านที่มีตัวตนในมิติต่างๆ อยู่มากมายนั้น
สามารถที่จะเชื่อมโยงพลังงานของตัวตนต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วยัง
สามารถที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ระหว่างตัวตนต่างมิติได้ด้วย เช่น
สมมุติ ผมเขียนเรื่อง "ชัมบาลา" อยู่ ก็อาจมีตัวตนอีกตัวหนึ่ง ของ
ผมที่สร้างหนังเรื่อง "ชัมบาลา" อยู่ก็ได้ หรือเวลาที่ผมโพสกระทู้ที่
เกี่ยวข้องกับการเมือง การอาจมีตัวตนที่ตัวหนึ่งของผมที่รับช่วงไป
ทำต่อให้มันเกิดขึ้นจริง ก็ได้เช่นกัน นี่คือประสิทธิภาพหลังจากการ
เชื่อมโยงตัวตนแต่ละมิติเข้าด้วยกัน โดยที่พวกเราไม่ต้องมาพบเจอ
กันเลย พอนึกภาพออกหรือไม่ครับ? คนๆ หนึ่งอาจทำหน้าที่เหมือน
"คลังปัญญา" เขามีหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญา โดยไม่ต้องลงไปทำ
ก็จะมี "ตัวตนหลากหลายมิติ" ทำแทนให้เองทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่ผมได้
เขียนอยู่นี้ "ได้เป็นจริงแล้ว" ผมจึงนำมาเขียนนะครับ ดังนั้น ท่านก็
ลองติดตามดูได้ว่าผลงานเขียนของผม จะมีตัวตนตัวใด ในมิติใดที่
นำไปปฏิบัติ และก่อให้เกิดเป็นความจริงขึ้นมา นี่คือ ผลของการที่มี
การเชื่อมโยงกันของพลังงานหลากหลายตัวตน หลากหลายมิติไง
ละครับ และเราก็จะทราบได้ว่า "ตัวตนตัวอื่นๆ ในมิติอื่นๆ" ของเรา
อยู่ที่ใด เป็นใคร กำลังทำอะไรได้บ้าง โดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามีเราที่
อยู่เบื้องหลังนะครับ อ่า ฟังดูแปลกๆ แต่มันก็จริงอย่างนั้นแหละครับ
บางครั้งคุณอาจมีความรู้สึกเหมือนเป็นใครก็ไม่รู้ แต่คุณก็ทำไปอย่างนั้น
ต่อไปที่เราควรเข้าใจก็คือ เมื่อคุณได้เชื่อมโยงพลังงานของคุณเข้าไปใน
"ระบบตัวตนหลากมิติ" ได้แล้ว คุณจะได้รับและเป็นผู้ให้ ทั้งพลังงานและ
อื่นๆ เช่น ความรู้สึก-นึกคิด, จิตใจ, อารมณ์, ขุมปัญญา ฯลฯ เพื่อแชร์กับ
ตัวตนอื่นๆ ในมิติที่ต่างกันนั้น ทำให้บางครั้งคุณอาจรู้สึกได้ถึงความไม่ใช่
ตัวคุณในปัจจุบัน แต่มันเป็นอาจจะเป็นความเป็นตัวคุณในมิติอื่นๆ ที่คุณก็
พอจะเข้าใจได้ เช่น ความเป็นตัวตนของคุณในอดีต, ในอนาคต, ในมิติที่
มองไม่เห็น ฯลฯ คุณอาจต้องทำอะไรบางอย่าง? ที่ไม่ใช่ตัวคุณในปัจจุบัน
นัก ทว่า ถ้าคุณเข้าใจถึง "สภาวะหลังได้รับการเชื่อมโยงแล้วนี้" คุณก็จะ
สามารถดำเนินบทบาทของตัวคุณเองในแบบ "หลากหลายมิติ" ได้ ซึ่งก็
อาจทำให้คุณรู้สึกแปลกไปจากปกติที่เคยเป็นบ้าง อันเป็นผลมาจากความ
เหลื่อมซ้อนกันของมิติที่ต่างกันนั่นเอง เอาละ ผลกระทบนี้คุณอาจได้รับไป
บ้าง แต่ถ้าคุณเข้าใจมัน มันก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณมากเกินไป เช่น ใน
ผู้ชายบางคนที่เชื่อมโยงพลังงานของตนเองอย่างเหนี่ยวแน่นกับตัวตนซึ่ง
เป็น "สตรีเพศ" ที่อยู่ในอีกมิติหนึ่ง เหนี่ยวแน่นมากไปก็ทำให้ผู้ชายคนนั้น
คิดว่าตัวเองเป็น "ผู้หญิง" ก็ได้ครับนี่ไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้หญิงจริงๆ แล้ว
เกิดมาในร่างชายหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะ ผลของความเหลื่อมซ้อนกัน
ของพลังงานต่างมิติเท่านั้นเอง แต่ถ้าเขาไม่เข้าใจตรงนี้ เขาก็จะไปแปลง
เพศคือ ทำลายตัวตนแห่งเพศชายในปัจจุบันของเขาเสีย ซึ่งผมไม่แนะนำ
ให้ทำนะครับ เพราะ "ตัวตนทุกตัวตน" มีหน้าที่ มีเหตุผลของมันที่ต้องเป็น
เช่นนั้นเองนะครับ ตัวตนนั้นไม่ได้ผิดอะไร เป็นธรรมชาติของมัน เพียงแต่
ถ้าเราเชื่อมโยงพลังงานกับตัวตนที่หลากหลายได้ เราอาจถูกทำให้คิดว่า
เราผิดปกติ เราไม่ใช่เรา เราเป็นตัวอื่น ก็ได้ครับ อันนี้ ไม่ใช่ความผิดปกติ
บางครั้งคุณก็อาจต้องเล่นบทผู้นำบ้าง ผู้ตามบ้าง พระเอกบ้าง ผู้ช่วยบ้าง
ต่อไปที่เราควรเข้าใจก็คือ ในการเชื่อมโยงพลังงานของตัวตนหลากหลาย
มิติเข้าด้วยกันนี้ บางครั้ง ท่านก็อาจจะต้องเล่นบท ผู้นำ บ้างในบางครั้ง แต่
ต้องเล่นบท ผู้ตามบ้างในบางคราวหรือบางครั้งคุณอาจเป็นเหมือนพระเอก
ในขณะที่บางครั้ง คุณอาจจะต้องเป็นเหมือน "ผู้ช่วย" ที่ไม่โดดเด่นอะไร?
เอาละ นี่คือเรื่องปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณได้เชื่อมโยงตัวตนของคุณ
เข้าสู่ระบบเครือข่ายฯ นี้แล้ว เพราะคุณจะไม่ได้ทำกิจ โดยตัวตนเดี่ยวๆ อีก
ต่อไปแต่คุณจะทำงานเป็นทีม โดยเริ่มต้นจากทีมที่มาจากตัวตนต่างๆ ของ
คุณเองในแต่ละมิติที่ค่อยๆ เชื่อมโยงเข้ามาสู่ระบบมากขึ้นเรื่อยๆ เอาละที่
ผมบอกว่า "จะค่อยๆ เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น" เพราะอะไร
เพราะว่าแรกเริ่มเดิมที การเชื่อมต่อกันของตัวตนต่างๆ ในมิติต่างๆ อาจมี
ปัญหา ตีบตัน เหมือนท่อส่งน้ำ หรือคลองที่ตีบตันหรือตื้นเขินไปนานแล้วก็
ต้องมีการทำอะไรบางอย่าง ให้มันดำเนินสะดวก เชื่อมต่อ เชื่อมโยงถึงกัน
ให้ได้ ใช่มั้ยครับ ทีนี้ พอคุณสามารถสร้างระบบนี้ได้ มันจะมีพลังมวลรวม
ที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ดึงดูดให้เศษเสี้ยว ตัวตนอื่นๆ ค่อยๆ ถูกจูนเข้ามา ถูกดึงเข้า
มาในระบบที่ยิ่งใหญ่นี้นะครับ ผมจึงกล่าวว่ามันจะค่อยๆ เข้ามาไงละครับ
และเมื่อมีการร่วมตัวเป็นเครือข่ายแล้วแต่ละตัวตนบางครั้งอาจจะเป็นผู้รับ
บ้าง เป็นผู้ให้บ้าง เป็นพระเอกบ้าง เป็นผู้ช่วยบ้าง เป็นผู้นำบ้าง ผู้ตามบ้าง
ไม่มีสาระอะไรให้ยึดติดครับ มันเป็นการทำกิจโดยส่วนรวม ปรับไปตามแต่
ละสถานการณ์ที่เหมาะสมครับ ดังนั้น คุณไม่ควรยึดติดกับ "หัวโขน" เกิน
ไป เพื่อให้คุณสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบตัวตนหลากมิติฯ นี้ได้ง่ายขึ้น
"ศูนย์กลางแห่งทุกตัวตน" นั้นย่อมไม่ยึดติดในตัวตนใดตัวตนหนึ่งเท่านั้น
สุดท้ายที่เราควรเข้าใจก็คือ ในระบบ "เครือข่ายตัวตนหลากมิติ" นี้ ก็จะมี
"ศูนย์กลาง" (Center) ของทุกตัวตนอยู่ แต่การที่ "ตัวตนตัวหนึ่งตัวใด
จะกลายเป็นศูนย์กลาง" ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธรรมชาติของแต่ละตัว
ตนก็ต้องการที่จะเป็นศูนย์กลาง เป็นผู้นำกันทั้งนั้น และอีกประการหนึ่งคือ
ศูนย์กลางของทุกๆ ตัวตน จะได้รับและถ่ายทอด พลังงานต่างๆ ให้แก่ตัว
ตนอื่นๆ ดังนั้น เขาอาจจะเกิดภาวะสับสนในใจได้มากมาย ถ้าเขามีความ
ยึดมั่นในตัวตนปัจจุบันของเขามากไป หรือถูกครอบงำโดยตัวตนอื่นๆ ได้
เขาก็จะได้รับผลกระทบจาก "ภาวะความเหลื่อมซ้อนกันของตัวตนในมิติ
ที่หลากหลาย" นี้ ทันที ดังนั้น การไปสู่ "ตัวตนศูนย์กลาง" จึงไม่ใช่เรื่อง
ง่าย และต้องมีภาวะอนัตตาอย่างแท้จริง ไม่ยึดติดในตัวตนใดๆ อย่างแท้
จริง เพราะบางครั้ง คุณอาจเหมือนเด็ก, คนแก่, ผู้หญิง, ผู้ชาย ฯลฯ ได้
มากมาย ทั้งๆ ที่คุณก็ยังเป็นตัวของคุณอยู่อย่างในปัจจุบัน เท่านั้นเอง?
ขอพลังแสงธรรมแห่งพระบิดาจักรวาล ช่วยนำทางคุณถึงที่สุด สวัสดี
5 ก.ย. 2555
"เสียงจากพระบุตร"
รับสื่อสารโดย
瑠璃王





